กบภูเขา กบยักษ์จากป่าเบญจพรรณสู่สัตว์เศรษฐกิจ

ใครว่ากบจะต้องเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กเสมอไป อย่างกบภูเขาที่พบมากทางตอนเหนือในบ้านเราก็มีลำตัวขนาดใหญ่จนหลายคนต้องประหลาดใจ เพราะกบชนิดนี้เมื่อโตเต็มวัยแล้วจะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 5 กิโลกรัม และมีความยาวของลำตัวได้มากถึง 30 เซนติเมตร เทียบกันแล้วก็เท่ากับแมวบ้านตัวหนึ่งนี่เอง แต่นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ค้นพบเท่านั้น ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะมีกบภูเขาตัวใหญ่ที่อายุมากและอาศัยอยู่ในป่าลึกเข้าไปอีก

จุดเด่นของกบยักษ์ที่อาศัยในป่าต้นน้ำ

นอกจากลำตัวที่ใหญ่กว่ากบสายพันธุ์อื่นๆ แล้ว กบภูเขาก็ยังมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างออกไปอีกด้วย พวกมันจะมีผิวหนังไม่เรียบลื่น เมื่อสัมผัสไปจะพบว่ามีตุ่มขนาดเล็กกระจายตัวทั่ว ผิวหนังเป็นสีน้ำตาลแดงซึ่งจะค่อยๆ เข้มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของมัน บนผิวหนังอาจมีลวดลายเป็นเส้นหรือเป็นจุดก็ได้ ริมฝีปากดำ และยังสามารถเปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวเองให้ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ได้ด้วย อาหารกบภูเขาก็คล้ายคลึงกับกบชนิดอื่น เพียงแค่สามารถล่าเหยื่อที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นได้ พวกมันชอบออกหากินเวลากลางคืน ชื่นชอบการอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและมีความชื้นสูง

การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน

ช่วงต้นปีประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมจะเป็นฤดูผสมพันธุ์ของกบภูเขา ความน่าสนใจอยู่ที่วิธีการเลือกคู่แล้วดูแลไข่ของพวกมัน เริ่มจากกบตัวผู้จะขุดหลุมให้มีพื้นที่กว้างขวางเพื่อเป็นแหล่งเก็บไข่ จากนั้นมันจะลงไปเฝ้ารอและร้องเรียกกบตัวเมีย หากมีตัวเมียพร้อมและสนใจก็จะลงไปในหลุมนั้นแล้วผสมพันธุ์กับกบตัวผู้ ต่อด้วยการวางไข่ในหลุมนั้นเลย เสร็จแล้วทั้งกบตัวผู้และตัวเมียจะปีนขึ้นจากหลุมเพื่อกลบดินปิดปากหลุมเอาไว้ พร้อมกับผลัดกันเฝ้าหลุมและหาอาหาร

เมื่อใกล้สูญพันธุ์จึงกลายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

เนื่องจากอุณหภูมิและความอุดมสมบูรณ์มีผลต่อการดำรงชีวิตของกบภูเขาอย่างมาก ปัจจุบันพวกมันจึงมีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ได้ในไม่ช้า เลยมีการกำหนดให้กลายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะเลี้ยงได้ เกษตรกรจำนวนหนึ่งก็นำพ่อแม่พันธุ์มาเพาะเลี้ยงจนได้กบภูเขาตัวใหญ่ นอกจากช่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าแล้วก็ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ไปในตัว ส่วนอาหารกบภูเขาที่ใช้เลี้ยงในฟาร์มก็ไม่ใช่ของที่หายากอะไร ทั้งยังมีผลิตเป็นแบบสำเร็จรูปให้ใช้กันแล้วด้วย

Explore more about animal