ซาลาแมนเดอร์ สัตว์แห่งอนาคตวงการแพทย์ ใกล้สูญพันธุ์

ซาลาแมนเดอร์ เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีเรื่องเล่าระดับตำนาน กล่าวขานว่าเป็นสัตว์ธาตุน้ำที่มีอิทธิฤทธิ์สูง ถึงอยู่ท่ามกลางเปลวไฟก็ไม่เป็นอันตรายใดๆ ถึงขนาดถูกเลือกให้เป็นสัญลักษณ์ของเทพที่สามารถต่อสู้กับไฟได้เลยทีเดียว ปัจจุบันพวกมันใกล้สูญพันธุ์เต็มทีเพราะธรรมชาติของการขยายพันธุ์ที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า บวกกับมลภาวะทางน้ำอันโหดร้าย กลุ่มนักอนุรักษ์จึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อถนอมเผ่าพันธุ์นี้เอาไว้ เนื่องจากยังมีอีกหลายสิ่งที่เป็นความลับและพวกมันก็ยังเป็นความหวังของวงการแพทย์ในอนาคตอีกด้วย

ความลับแห่งการงอกใหม่ของทุกส่วนในร่างกาย

ประเด็นนี้ได้รับการศึกษามานานพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก ซาลาแมนเดอร์ทุกสายพันธุ์ไม่ว่าขนาดใหญ่หรือเล็กที่สูญเสียอวัยวะบางส่วนไป ไม่นานมันจะงอกขึ้นมาใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ ขอแค่แกนหลักอย่างหัวใจและอวัยวะภายในยังคงอยู่ เรื่องนี้นักวิจัยเล็งเห็นว่าหากค้นพบความลับของการงอกแบบไม่สิ้นสุดนี้ได้ อนาคตอาจนำมาปรับใช้กับการรักษาผู้ป่วยได้เช่นกัน ถึงวันนั้นเราจะลดอัตราผู้เสียชีวิตจากการขาดแคลนอวัยวะเปลี่ยนถ่ายได้มหาศาล

ต่อให้ไม่ทำอะไรเลยเป็นเวลาหลายปีก็ยังมีชีวิตอยู่ได้

ซาลาแมนเดอร์ที่พบในปัจจุบันมีอยู่หลายสายพันธุ์ ถิ่นอาศัยที่เหมาะสมก็แตกต่างกันไป แต่กลุ่มที่อาศัยอยู่ใต้น้ำลึกอันมืดมิดนั้นน่าสนใจที่สุด พวกมันส่วนมากจะตาบอดตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากพื้นที่นั้นไม่มีแสงส่องถึงจึงไม่จำเป็นต้องมองเห็นสิ่งใด และศัตรูก็อาศัยอยู่ไม่ได้ด้วย วิถีชีวิตโดยรวมของพวกมันจึงหมดเวลาไปกับการอยู่นิ่งกับที่มากที่สุด เคยมีบันทึกไว้ว่าซาลาแมนเดอร์ตาบอดตัวหนึ่ง ทำตัวนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ตำแหน่งเดิมนานถึง 7 ปี ที่สำคัญคือมันไม่ได้เจ็บป่วยหรืออยู่ในสภาวะจำศีลด้วยซ้ำ

ซาลาแมนเดอร์ มีอายุยาวนานและมีวิวัฒนาการตลอดเวลา

ช่วงอายุของซาลาแมนเดอร์จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ แต่โดยรวมก็ยังนับว่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาวชนิดหนึ่ง ด้วยสภาพแวดล้อมที่พวกมันอาศัยอยู่มักไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์นัก การสร้างความทนทานของร่างกายตลอดจนการปรับตัวเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้จึงเป็นเรื่องปกติ ทำให้สัตว์ชนิดนี้มีวิวัฒนาการอยู่เสมอ ทั้งเรื่องขนาดลำตัว วิธีการหาอาหาร วิธีการหลบซ่อนตัวเองเพื่อให้รอดพ้นจากภัยอันตรายต่างๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของการขยายพันธุ์ที่นานเกินไป เลยทำให้วิวัฒนาการเหล่านั้นไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญพันธุ์เท่าไรนัก