นกฟลามิงโก สัตว์โลกสีหวานแหววกับท่ายืนขาเดียว

เวลาที่เราพาเด็กๆ ไปเที่ยวสวนสัตว์ นกฟลามิงโก มักจะเป็นจุดหมายสำคัญที่ต้องแวะไปดูให้ได้ทุกครั้ง ด้วยลำตัวสีชมพูพาสเทลแสนสดใส กับท่าทางที่ชวนให้อมยิ้มได้ตลอดเวลา เลยทำให้สวนสัตว์หลายแห่งยกตำแหน่งให้มันเป็นดาวเด่น ซึ่งนกฟลามิงโกที่เราสัมผัสได้ในสวนสัตว์กับฝูงที่อยู่ตามธรรมชาติ อาจจะต่างกันในเรื่องความอิสระบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน

เหตุผลที่นกฟลามิงโกชอบยืนขาเดียวเป็นประจำ

เนื่องจากธรรมชาติของนกชนิดนี้จะต้องอาศัยอยู่ตามหนองน้ำเพื่อหากินบรรดาสัตว์น้ำตัวเล็กๆ มันจึงเกิดมาพร้อมกับช่วงขาที่ยาวเป็นพิเศษ สามารถเดินไปยังพื้นที่น้ำลึกได้ในระดับหนึ่ง ทีนี้เมื่อต้องยืนในน้ำเป็นเวลานานมันจึงรู้สึกไม่สบายตัว การยกขาให้พ้นน้ำจะช่วยให้มีช่วงที่เท้าได้แห้งสนิทบ้าง แถมยังเป็นการอำพรางสายตาของศัตรูที่มองมาในระยะไกลว่ามันเป็นต้นไม้ได้อีกด้วย นกฟลามิงโกที่โตเต็มวัยและมีช่วงขาแข็งแรงดีแล้ว มันสามารถยืนขาเดียวแล้วหลับสนิทในท่านั้นได้เป็นเวลานาน

สีชมพูของ นกฟลามิงโก เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ความจริงแล้วโทนสีชมพูบนตัวนกฟลามิงโกนั้นมีหลากหลาย ไล่เฉดไปตั้งแต่ชมพูระเรื่อจนถึงแดงเลือดหมู แม้ว่าส่วนใหญ่สีขนจะเข้มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น แต่ปัจจัยที่มีผลมากกว่าคืออาหารที่นกฟลามิงโกกินเข้าไป เพราะสีบนลำตัวเกิดจากการสะสมสารสีจำพวกแคโรทีนในกุ้ง ปู และเห็ดราต่างๆ หมายความว่ายิ่งกินในปริมาณมากเท่าไรสีขนก็ยิ่งเข้มขึ้นมากเท่านั้น สีนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการดึงดูดเพศตรงข้ามให้มาผสมพันธุ์ นกตัวไหนที่มีสีซีดจางจะถูกมองข้ามไป ซึ่งในส่วนลึกก็มาจากสัญชาตญาณที่บอกว่านกตัวนั้นมีร่างกายไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะเป็นแม่พันธุ์นั่นเอง

ถึงจะตัวใหญ่แต่นกฟลามิงโกบินได้ไกลกว่าที่คิด

แม้ว่านกฟลามิงโกที่โตเต็มวัยจะสูงพอๆ กับมนุษย์ แถมรูปร่างก็ดูเหมือนจะบินไม่ค่อยเก่งเท่าไร แต่อันที่จริงพวกมันบินได้ไกลมากทีเดียว ในช่วงของการอพยพย้ายถิ่น พวกมันจะออกบินเป็นฝูงในเวลากลางคืนด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งยังบินกันในระดับสูงมากพอที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญกับภัยอันตรายต่างๆ ได้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าเหตุใดสวนสัตว์ถึงเลี้ยงนกฟลามิงโกในพื้นที่โล่งกว้างได้โดยมันไม่บินหนีไป ความลับก็คือจะมีการตัดแต่งปีกของพวกมันทุกปีเพื่อไม่ให้บินได้ตามปกติ