อนาคอนด้าเขียว ฆาตกรเงียบแห่งลุ่มน้ำอเมซอน

ขึ้นชื่อว่างูก็จัดเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ค่อนข้างน่ากลัวอยู่แล้ว อนาคอนด้าเขียว ที่โตเต็มวัยซึ่งมีขนาดลำตัวยาวมากกว่า 10 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 250 กิโลกรัม จึงทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีกแม้ว่ามันจะเคลื่อนที่ได้เชื่องช้ากว่างูขนาดเล็กก็ตาม อนาคอนด้าเป็นงูยักษ์ที่มีหลายสายพันธุ์ แต่กรีนอนาคอนด้าถือว่ามีชื่อเสียงและคนทั่วไปคุ้นตากันมากที่สุด เพราะถูกนำมาเป็นต้นแบบในการทำภาพยนตร์หลายเรื่อง งูชนิดนี้จะมีผิวหนังเป็นโทนอมเขียวและมีลวดลายเป็นสีดำสนิท อาจเป็นลายจุดวงกลมหรือเป็นลายพาดแบบอิสระก็ได้ 

อนาคอนด้าเขียว งูยักษ์ที่ไม่ได้ใช้พิษในการล่าเหยื่อ

อนาคอนด้าเขียว

อนาคอนด้าเขียวถูกยกให้เป็นราชาแห่งลุ่มน้ำอเมซอน เนื่องจากพวกมันสามารถล่าเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าสัตว์นั้นจะอยู่บนบกหรือในน้ำ แม้แต่สิงโตหรือจระเข้ที่ว่าดุร้ายมากก็ยังเคยเป็นผู้ถูกล่ามาแล้วทั้งหมด กรีนอนาคอนด้าเป็นงูที่ไม่มีพิษ มันจึงใช้พละกำลังของมัดกล้ามเนื้อในการโอบรัดเหยื่อจนร่างแหลก แล้วค่อยกลืนกินทั้งตัวก่อนจะผ่านกระบวนย่อยโดยน้ำย่อยต่อไป เวลาที่ต้องล่าเหยื่อซึ่งมีความว่องไวมากกว่า พวกมันจะใช้วิธีการดำน้ำเพื่อหลบซ่อน รอจังหวะที่เหยื่อเข้ามาใกล้จึงจู่โจมให้สำเร็จในครั้งเดียว

การขยายพันธุ์ที่ต้องแลกด้วยชีวิต

อนาคอนด้าเขียว

ในฤดูกาลผสมพันธุ์ อนาคอนด้าเขียวตัวเมียจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นปล่อยฟีโรโมนออกไป กลิ่นเฉพาะตัวนี้สามารถกระจายได้ไกลถึง 3 ไมล์ เมื่อตัวผู้ได้กลิ่นก็จะเลื้อยคลานมายังจุดที่ตัวเมียอาศัยอยู่ อนาคอนด้าตัวเมียนั้นจับคู่กับตัวผู้ได้มากถึง 12 ตัว โดยการผสมพันธุ์ของอนาคอนด้าจะจับคู่ทีละตัวหรือผสมรวมพร้อมกันเป็นกลุ่มก็ได้ หลังจากบรรจุเป้าหมายแล้ว อนาคอนด้าตัวเมียจะกลืนกินงูตัวผู้เข้าไปเพื่อให้เป็นสารอาหารสำหรับการตั้งท้อง เพราะระยะการตั้งท้องนั้นค่อนข้างยาวนานและใช้พลังงานสูงมาก

ลูกงูถูกฝึกให้แข็งแกร่งตั้งแต่แรกเกิด

อนาคอนด้าเขียว

แต่ละครั้งหลังการผสมพันธุ์ของอนาคอนด้า พวกมันจะคลอดลูกประมาณ 40 ตัว แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่จะมีโอกาสได้โตเต็มวัย เพราะอนาคอนด้าเขียวจะทิ้งลูกงูทั้งหมดทันทีหลังคลอด หมายความว่าลูกงูจะต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอดด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกหาอาหารหรือหาสถานที่เหมาะสมสำหรับการหลบภัย ด้วยขนาดตัวที่ยังเล็กและอ่อนแอมาก พวกมันจึงกลายเป็นอาหารของสัตว์ป่าอื่นๆ ได้ง่าย แม้แต่อนาคอนด้าด้วยกันเองก็กินลูกงูเหล่านี้เป็นอาหารเช่นเดียวกัน จะเรียกว่าเป็นบททดสอบแรกเพื่อคัดเลือกผู้อยู่รอดตามกระบวนการของธรรมชาติก็คงไม่ผิดนัก

เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด เว็บพนันออนไลน์ ที่ดีที่สุด