อีกา สัตว์ปีกที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อ

อีกาเคยเป็นสัตว์ปีกที่พบได้มากตามชนบทซึ่งยังมีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์อยู่ แต่ปัจจุบันดูเหมือนจะลดจำนวนลงเรื่อยๆ นกชนิดนี้มีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวของความเชื่อมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นไปในแง่ลบมากกว่าบวก คนสมัยก่อนจึงค่อนข้างหวั่นใจเวลามีนกกาบินมาใกล้บริเวณบ้าน ด้วยเห็นว่าขนที่มีสีดำสนิทของมันจะนำเอาโชคร้ายมาให้นั่นเอง

ตำนานของนกสีดำที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ไม่ใช่แค่ในบ้านเราเท่านั้นที่มีความเชื่อเกี่ยวกับอีกาว่าเป็นสัตว์แห่งโชคร้ายและความสูญเสีย ในต่างประเทศก็มีตำนานเล่าขานเอาไว้ด้วยเช่นกัน ทางโซนยุโรปจะมีเรื่องเล่าว่าอีกาเป็นสัตว์คู่ใจของเทพโอดิน มีหน้าที่ทำนายว่าการสงครามจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร ชาวโรมันเองก็เชื่อว่าถ้าได้เห็นหรือได้ยินเสียงร้องของมัน จะทำให้คนนั้นเสียชีวิตอย่างไม่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่อว่ามันเป็นนกที่ส่งสัญญาณให้กับซาตานอีกด้วย

นกชนิดนี้มีความเฉลียวฉลาดมากกว่าสัตว์ปีกด้วยกัน

หากเราเปิดใจละความเชื่อเกี่ยวกับอีกาไปบ้าง แล้วลองทำความรู้จักนกชนิดนี้ให้มากขึ้น ก็จะรับรู้ว่ามันเป็นนกที่ค่อนข้างฉลาดและมีไหวพริบดีทีเดียว พวกมันสามารถสร้างเครื่องทุ่นแรงเอาไว้ใช้งานได้ด้วยตัวเอง จากวัสดุตามธรรมชาติที่พอจะหาได้ และมันมีเล่ห์กลสารพัดที่จะลงมือทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอาหาร บางครั้งใช้การหลอกล่อ บางครั้งใช้อุปกรณ์ที่มันสร้างมาช่วย นอกจากนี้อีกายังสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ค่อนข้างเร็ว และแก้ปัญหาคับขันเบื้องต้นได้ดี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกมันถึงเติบโตได้ในหลากหลายพื้นที่ 

ถึงตัวจะดำแต่รักเพื่อนพ้องและรักเดียวใจเดียว

ปกติเวลาเราจะพูดเรื่องความรัก นกเงือกมักจะเป็นตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบเสมอ มีน้อยคนที่จะรู้ว่าอีกาก็เป็นนกที่รักเดียวใจเดียวเช่นกัน พวกมันเป็นสัตว์ชอบสังคมและมีความรักครอบครัวสูงมาก เมื่อยังไม่มีคู่พวกมันจะรวมอยู่กับฝูงเสมอ แต่เมื่อมีคู่แล้วก็จะแยกมาใช้ชีวิตร่วมกับคู่ของตนจนกว่าจะสิ้นอายุขัย หากตัวใดตายไปก่อนอีกตัวก็จะอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการจับคู่ใหม่ สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการเข้าสังคมของนกชนิดนี้ก็คือ เมื่อไรที่มีนกตายไปแล้วยังมองเห็นซากได้ จะมีนกตัวอื่นๆ อย่างน้อย 1 ตัวมายืนล้อมรอบซากศพนั้น ราวกับว่าพวกมันกำลังไว้อาลัยให้กับเพื่อนไม่มีผิด