Categories
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

กบลูกศรพิษ สีสันตระการตาที่มาพร้อมพิษสงอันร้ายกาจ

ในย่านป่าดิบชื้นแถบอเมริกากลางและใต้ มักให้กำเนิดสัตว์ที่มีพิษร้ายหลายชนิด กบลูกศรพิษ ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ความสวยงามของมันช่างดูโดดเด่น ทั้งโทนสีและลวดลายราวกับถูกรังสรรค์ด้วยจิตกรชั้นครู เมื่อผสมผสานระดับความจัดจ้านของสีกับผิวหนังมันวาวซึ่งอยู่บนลำตัวได้สัดส่วน ก็ยิ่งชวนมองจนไม่อยากละสายตา แต่อย่าได้คิดจะเข้าไปใกล้รัศมีของมันโดยไม่เตรียมตัวเป็นอันขาด เพราะพิษนั้นรุนแรงพอๆ กับสีของมันนั่นเอง

ฆ่าคนทั้งหมู่คณะได้ด้วย กบลูกศรพิษ เพียงตัวเดียว

ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติก็คือ ไม่เคยสร้างสิ่งมีชีวิตไหนขึ้นมาโดยไม่ให้ของขวัญอะไรติดตัวมาเลย กบลูกศรพิษมีขนาดโตเต็มวัยอยู่ที่ประมาณ 2-6 เซนติเมตรเท่านั้น แถมสีที่สวยงามยังทำให้มองเห็นได้ชัดท่ามกลางความรกทึบของป่า จึงดูเหมือนว่ามันสุ่มเสี่ยงจะถูกล่าได้ง่าย แต่ความจริงแล้วไม่มีสัตว์ไหนอยากยุ่งเกี่ยวกับมันเท่าไร เนื่องจากพิษที่ได้จากกบเพียงตัวเดียว สามารถใช้ฆ่าคนได้ราวๆ 10-20 คน โดยพิษจะมุ่งตรงเข้าทำลายหัวใจอย่างรวดเร็ว แค่สัมผัสเบาๆ ก็อาจตายได้แบบไม่ทันรู้ตัว 

กบลูกศรพิษมีลูกจำนวนน้อยแต่โอกาสรอดสูงมาก

ปกติแล้วเราจะเห็นกบวางไข่จำนวนมากตามหนองน้ำ แล้วก็ปล่อยให้ไข่เหล่านั้นเจริญเติบโตต่อไปตามธรรมชาติ แต่กบลูกศรพิษมีวิธีการเลี้ยงลูกที่ต่างออกไป ในฤดูกาลหนึ่งมันวางไข่ได้จำนวนจำกัด และใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการประคบประหงมให้ลูกของมันอยู่รอดได้ โดยอาศัยแหล่งน้ำค้างบนต้นไม้ให้ลูกอยู่อาศัยในบางครั้ง และมีการเอาลูกขึ้นหลังเพื่อไปหาแหล่งน้ำใหม่เป็นระยะๆ เรียกได้ว่าลูกตัวน้อยของกบลูกศรพิษนั้นมีประสบการณ์สัมผัสหนองน้ำมานับไม่ถ้วนก่อนที่มันจะโตเต็มวัย ส่วนนี้ทำให้พวกมันเรียนรู้ที่จะปรับตัวอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ

กบลูกศรพิษเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีวิวัฒนาการดีเลิศ

แม้จะเป็นสัตว์มีพิษเหมือนกัน แต่ระบบการสร้างและใช้งานพิษนั้นแตกต่าง กบลูกศรพิษไม่ได้สร้างพิษขึ้นมาจากตัวมันเองแต่เป็นการเล่นแร่แปรธาตุจากอาหารที่มันกินเข้าไป มีการศึกษาวิวัฒนาการของกบชนิดนี้แล้วพบว่า ร่างกายของพวกมันเกิดวิวัฒนาการอยู่หลายร้อยครั้งกว่าจะสามารถควบคุมพิษที่รุนแรงระดับนี้ได้ โดยไม่ทำให้พิษนั้นเป็นอันตรายต่อตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่แค่การปรับพฤติกรรม แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างในระดับเซลล์กันเลยทีเดียว ส่วนรับสัญญาณบนเซลล์ของกบลูกศรพิษมีลักษณะผิดจากกบทั่วไป และมีคุณสมบัติตัดการตอบสนองต่อพิษได้ทั้งหมด

Categories
สัตว์เลื่อยคลาน

จระเข้ นักล่าแห่งลำน้ำที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร

ภายใต้แหล่งน้ำที่ดูเหมือนเงียบสงบ อาจมีนักล่าบางชนิดที่แฝงตัวอยู่เพื่อรอโอกาส พวกมันจะเข้าโจมตีขณะที่อีกฝ่ายไม่เหลือเวลาให้เอาชีวิตรอด หรือถ้าพอจะดิ้นรนหนีไปได้ก็มักจะบาดเจ็บสาหัส เรากำลังพูดถึง จระเข้ ที่เป็นสัตว์ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหฟาร พูดได้ว่าตลอดลำน้ำอันยาวเหยียด พวกมันไม่ต้องกลัวสัตว์หน้าไหน และไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่เป็นฝูงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเองด้วย

จระเข้มีความดุร้ายและมีพฤติกรรมการล่าที่เหี้ยมโหด

นับว่าเป็นสัตว์ที่นิสัยกับรูปร่างหน้าตาเป็นไปในทางเดียวกันมากที่สุด จากภายนอกที่เรามองเห็นร่างใหญ่ยักษ์ของจระเข้ กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง และชุดฟันที่น่าหวาดผวา ภายในจิตใจก็ไม่ต่างกันมากเท่าไร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันไม่มีศัตรูเลยหลังจากที่โตเต็มวัยแล้ว จึงไม่ต้องเกรงกลัวอะไร ทุกครั้งที่ออกล่ามันสามารถรับกลิ่นของเหยื่อได้จากระยะไกล แล้วใช้วิธีว่ายน้ำเข้าไปหาอย่างเงียบๆ ก่อนจะกัดให้จมเขี้ยวแล้วหมุนตัวเพื่อฉีกร่างเหยื่อให้ขาดออกเป็นชิ้นๆ ที่น่าตกใจก็คือมันทำแบบนี้กับพวกเดียวกันด้วยในบางครั้ง

ช่วงจำศีลของ จระเข้ อาจยาวนานตั้งแต่ 3 เดือนถึง 3 ปี

จะเรียกว่าเป็นจุดแข็งของสัตว์ชนิดนี้ก็ได้เหมือนกัน จระเข้สามารถอดอาหารได้นานหลายปีถ้าจำเป็น เนื่องจากโครงสร้างร่างกายของจระเข้ต้องอาศัยพลังงานค่อนข้างมากในการเคลื่อนไหว ทั้งยังเป็นสัตว์เลือดเย็นที่เปลี่ยนอุณหภูมิตามสภาพแวดล้อมได้ง่าย ครั้นเมื่อถึงช่วงที่แห้งแล้งเกินกว่าจะหาอาหารได้ พวกมันจะจำศีลเพื่อรอฤดูฝน โดยใช้วิธีการหมกตัวเองอยู่ใต้โคลนเพื่อรักษาอุณหภูมิ และถ้าอากาศหนาวมากพวกมันก็จะจำศีลเช่นกัน เพื่อไม่ให้ร่างกายเย็นจนเกินรับไหว อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาการจำศีลของจระเข้ไม่ได้เป็นกิจวัตรที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ พวกมันปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมมากกว่า

จระเข้ให้ความสำคัญกับการเอาชีวิตรอดเหนือสิ่งอื่นใด

เนื่องจากจระเข้ไม่ค่อยมีศัตรูที่ไหน และร่างกายก็มีคุณสมบัติทนทานต่อเชื้อโรคหลายชนิดได้ดี อัตราการเสียชีวิตของสัตว์ชนิดนี้จึงค่อนข้างต่ำ นานวันเข้าก็เลยมีจำนวนจระเข้ในแหล่งน้ำเดียวกันเยอะมาก หากพื้นที่แห่งนั้นยังอุดมสมบูรณ์ดีก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเมื่อไรที่อาหารเริ่มขาดแคลนและไม่ใช่สภาวะที่พวกมันจะจำศีล เราอาจได้เห็นการเปิดศึกต่อสู้กันเองของเหล่าจระเข้ ให้รู้ไว้เลยว่าพฤติกรรมแบบนั้นไม่ได้เกิดจากความไม่พอใจอะไรต่อกัน และไม่ใช่การแย่งเพศตรงข้ามเพื่อผสมพันธุ์ด้วย แต่มันเป็นการหาอาหารเพื่อความอยู่รอดต่างหาก

Categories
สัตว์เลื่อยคลาน

เมื่อ งูหลามต้นไม้ กลายเป็นสัตว์เลี้ยงใหม่ของคนแนวๆ

คงต้องยอมรับว่าวงการสัตว์เลี้ยงได้เปิดกว้างขึ้นมากจริงๆ แม้กระทั่งสัตว์เลื้อยคลานที่หลายคนหวาดกลัว เจอทีไรต้องรีบหนีห่างให้ไกล มาวันนี้มันกลายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของคนเฉพาะกลุ่มไปแล้ว หนึ่งในนั้นคือ งูหลามต้นไม้ ซึ่งลำตัวมีสีเขียวสดใส ว่ากันว่าหากสีของมันเข้าตำราพิมพ์นิยมจะมีราคาซื้อขายสูงมากทีเดียว ใครที่อยากจะลองสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ก็มาทำความรู้จักงูหลามต้นไม้เพิ่มอีกสักนิดก่อนดีกว่า

ความแตกต่างระหว่างงูหลามและงูเหลือม

ไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงตรงนี้จะช่วยให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาได้หรือไม่ แต่งูหลามจะมีความเป็นมิตรและไม่โหดร้ายเท่ากับงูเหลือม แม้ว่าพวกมันจะเป็นสัตว์ที่อยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่ขนาดลำตัวของงูหลามก็สั้นและเล็กกว่างูเหลือมพอสมควร งูหลามนั้นไม่ค่อยมีนิสัยของนักล่ามากเท่าไร มันชอบซุกตัวในที่อยู่อาศัยหรือไม่ก็ปีนขึ้นไปขดอยู่บนต้นไม้ บริเวณหากินของมันจะมีรัศมีไม่ไกลจากแหล่งที่อยู่มากนัก แทนที่จะออกล่ามันใช้วิธีการจับเหยื่อเผลอๆ เป็นอาหารมากกว่า เพราะมันค่อนข้างอุ้ยอ้ายและเคลื่อนไหวได้ช้ามาก

เหตุผลที่ งูหลามต้นไม้ เป็นที่นิยมของคนรักสัตว์

อันดับแรกก็คงหนีไม่พ้นนิสัยที่พอฝึกได้ของพวกมัน หากนำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก มันจะเข้ากับมนุษย์ได้ค่อนข้างดี รวมถึงอุปนิสัยที่รักสันโดษ ไม่ค่อยชอบไปเที่ยวต่างถิ่น ทำให้มันไม่ต้องการพื้นที่เลี้ยงดูกว้างขวางมากนัก ผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดซึ่งมีบริเวณจำกัดจึงเลี้ยงงูหลามต้นไม้ได้เหมือนกัน นอกจากนี้คือความสวยงามของลำตัวที่เป็นสีเขียวสด ยิ่งร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงมากเท่าไร สีสันก็ยิ่งสดใสและมีความสม่ำเสมอมากเท่านั้น ตรงจุดนี้นี่เองที่หลายคนยกให้เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของงูหลามต้นไม้

สิ่งที่ต้องวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าหากคิดจะเลี้ยงงูหลามต้นไม้

เมื่อโตเต็มวัยแล้วงูหลามต้นไม้อาจมีขนาดยาวมากกว่า 2 เมตร และหนักได้มากถึง 2 กิโลกรัม ขนาดที่อยู่อาศัยจึงจำเป็นต้องขยับขยายได้ เรื่องอาหารอาจไม่ต้องกังวลมากนักเพราะเราซื้อจากร้านขายงูได้สบายๆ หรือจะแบ่งเนื้อสัตว์ที่เราใช้สำหรับปรุงอาหารในแต่ละวันให้พวกมันก็ได้เช่นกัน ปัญหาใหญ่คือฤดูกาลผสมพันธุ์ต่างหาก ถ้างูหลามต้นไม้ผสมพันธุ์สำเร็จ มันจะวางไข่ได้มากถึง 35-40 ฟองในคราวเดียว ผู้เลี้ยงจึงต้องแน่ใจว่าจะเลี้ยงดูอย่างไร ต้องการเพาะพันธุ์หรือต้องการเลี้ยงเพียงแค่ตัวเดียวโดดๆ ทั้งหมดนี้ต้องคิดหาทางออกให้เสร็จสิ้นก่อนรับงูชนิดนี้เข้ามาเลี้ยงในบ้าน

Categories
สัตว์ปีก

นกแอฟริกันเกรย์ นกที่จะช่วยเราให้ไม่เหงาอีกเลย

ความฉลาดแสนรู้ของสัตว์เลี้ยงมักสร้างความประทับใจให้เราได้เสมอ โดยเฉพาะนกตัวเล็กๆ ที่เราไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเข้าใจในสิ่งที่สื่อสารออกไปเท่าไร ยิ่งกว่านั้น หากนกโต้ตอบกลับมาได้ เป็นใครก็ต้องหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม นกแอฟริกันเกรย์ ถึงกลายเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงมาก นอกจากมันจะเลียนเสียงของมนุษย์ได้ค่อนข้างชัดเจนแล้ว มันยังต่อบทสนทนาได้อย่างน่าเอ็นดูทีเดียว

นกแอฟริกันเกรย์ จัดว่าเป็นนกที่มีไอคิวสูงที่สุดในโลก

คุณสมบัติข้อแรกที่ทำให้นกแอฟริกันเกรย์แตกต่างจากนกแก้วทั่วไปก็คือ มันมีไอคิวที่สูงมาก ไม่ใช่แค่สามารถเลียนเสียงพูดได้เท่านั้น แต่เคยมีงานวิจัยอย่างจริงจังจนได้ข้อสรุปว่า นกแอฟริกันเกรย์มีทักษะในการจดจำคำศัพท์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ได้ มันจดจำสีและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสิ่งของที่แตกต่างกันได้ดี อีกทั้งยังแยกหมวดหมู่เป็นอีกด้วย ระยะเวลาในการเรียนรู้ก็ค่อนข้างสั้น สำหรับนกที่อยู่ในสภาพแวดล้อมซึ่งเหมาะกับการเรียนรู้ พวกมันสามารถพูดตามประโยคหรือวลีสั้นๆ ได้หลังจากฟังเพียงแค่ 2-3 ครั้ง

นกแอฟริกันเกรย์ชื่นชอบการเข้าสังคมมากเป็นพิเศษ

ไม่ใช่นกทุกชนิดที่อยากจะอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ แม้ว่าจะเลี้ยงดูมันมาตั้งแต่ยังเล็กก็ตาม แต่นกแอฟริกันเกรย์นั้นชอบคลุกคลีอยู่กับเจ้าของมากกว่าอยู่ลำพัง ในแต่ละวันจะต้องมีกิจกรรมร่วมกันเสมอ อย่างน้อยก็ต้องได้พูดคุยกันบ้าง หากเจ้าของไม่มีเวลาว่างให้กับเจ้านกแอฟริกันเกรย์เลย สุดท้ายมันจะหยุดเรียนรู้และเกิดอาการเฉา บางตัวตามมาด้วยการทำร้ายตัวเอง แนวทางที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของก็คือ พานกแอฟริกันเกรย์ไปร่วมกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว กีฬา หรือทำอาหาร ไม่นานมันจะปรับตัวจนกลมกลืนกับสิ่งนั้นได้เอง

เมื่อเลี้ยงนกแอฟริกันเกรย์แล้วก็เหมือนมีเพื่อนไปตลอดชีวิต

สำหรับนกแอฟริกันเกรย์ที่ไม่ได้มีโรคติดตัวมาตั้งแต่เกิด และถูกเลี้ยงดูอย่างเหมาะสมเรื่อยมา มักจะมีอายุโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50-60 ปี ซึ่งก็ใกล้เคียงกับอายุของมนุษย์คนหนึ่ง ดังนั้นเราจึงมีนกเป็นเพื่อนไปได้ยาวนาน และระหว่างนั้นมันก็จะเรียนรู้สิ่งรอบตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หมายความว่าเจ้าของและนกจะมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้มากขึ้นด้วย แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจเลี้ยงนกแอฟริกันเกรย์ก็คือ การดูแลสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเป็นเวลาหลายสิบปี เรามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน

Categories
สัตว์บก

อัลปากา สัตว์หน้ามึนที่คนนิยมเลี้ยงมากขึ้นเรื่อยๆ

เดิมที อัลปากา นั้นเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับคนเลี้ยงได้อย่างมหาศาล โดยส่วนที่เราต้องการจะเป็นขนอันอ่อนนุ่มและสะอาดสะอ้านของมัน ว่ากันว่าขนของอัลปากานั้นนุ่มที่สุดในโลก ทั้งยังมีสีสันสวยงามตามธรรมชาติซึ่งแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์อีกด้วย จึงถูกใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ผลิตเสื้อผ้าราคาแพงอยู่เสมอ แต่ปัจจุบันอัลปากาไม่ได้ขายขนเพียงอย่างเดียวแล้ว เพราะมันกลายเป็นขวัญใจคนรักสัตว์และหลายคนก็อยากเลี้ยงมันเอาไว้เป็นเพื่อนมากขึ้น

อัลปากาค่อนข้างเป็นมิตรและฉลาดแสนรู้

นี่คือเหตุผลอันดับแรกที่หลายคนให้ความสนใจสัตว์ชนิดนี้ แม้ว่าอัลปากาจะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีลักษณะใกล้เคียงกับอูฐ บวกกับหน้าตาที่ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจหรือไม่รู้เรื่องอะไร ก็ชวนให้คิดว่ามันเป็นสัตว์ประเภทที่ฝึกฝนได้ยากหรือไม่ แต่ความจริงแล้วอัลปากานั้นเป็นมิตรต่อมนุษย์และเข้ากันได้ดีกับสัตว์ชนิดอื่น หากกังวลว่ามันจะทำร้ายสัตว์เลี้ยงในบ้าน ให้ระวังสัตว์เจ้าถิ่นทำร้ายมันเพราะความหวงเจ้าของจะดีกว่า มันฉลาดและเรียนรู้ได้รวดเร็ว แถมยังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดีมากด้วย

อัลปากา เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากลองเลี้ยงสัตว์ในบ้าน

ทุกครั้งที่เราคิดจะเลี้ยงสัตว์สักตัวหนึ่งในบริเวณบ้าน นอกจากเรื่องความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ต้องคิดเผื่อเอาไว้ด้วยก็คือปัญหาจุกจิกที่จะตามมา อย่างเช่น ขนร่วง เศษดินที่จะติดมาจากข้างนอก หรือแม้แต่เสียงดังรบกวนเวลาสัตว์วิ่งไปมา นั่นทำให้อัลปากาตอบโจทย์สำหรับการเลี้ยงในบ้านมาก เนื่องจากขนมันไม่ร่วงจนกว่าเราจะตัด เป็นสัตว์ที่รักความสะอาดอย่างมาก ราวกับว่ามันจะไม่ยอมให้ส่วนไหนของร่างกายเลอะเทอะเลย ยิ่งกว่านั้นคือกีบเท้าของอัลปากาค่อนข้างนุ่ม มันจึงไม่สร้างความเสียหายหรือทำเสียงดังเวลาเดิน ก็คือว่าเป็นคุณสมบัติที่ช่วยลดภาระของคนเลี้ยงลงไปได้มากทีเดียว

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจเลี้ยงอัลปากา

อันดับแรกคือมันเป็นสัตว์เมืองหนาว เราต้องแน่ใจว่าอากาศในบริเวณบ้านไม่ร้อนเกินไป การตัดขนควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มันเคลื่อนไหวได้สะดวกและดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น และถึงแม้อัลปากาจะชอบเล็มหญ้าไปเรื่อยๆ แต่เราควรมีผักผลไม้ที่อุดมด้วยสารอาหารชั้นดีให้มันเป็นประจำ สุดท้ายก็คือ อัลปากาเป็นสัตว์ที่มีนิสัยขี้อ้อนพอตัว ถ้าใครเอาใจใส่และตามใจมันมาก ก็เตรียมรับมือกับอาการขี้อ้อนสุดน่ารักของมันเอาไว้ได้เลย

Categories
สัตว์บก

เหตุผลที่ทำให้หลายคนเปิดใจเลี้ยง “แมว”

แม้ว่าปัจจุบันประเภทของสัตว์เลี้ยงจะมีความหลากหลายมากขึ้น สัตว์บางชนิดที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะนำมันมาเป็นสัตว์เลี้ยงได้ก็มีให้เห็นกันแล้ว เช่น มด งู หอยทาก เป็นต้น แต่ถึงอย่างไร แมว ก็ยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่จัดอยู่ในอันดับต้นๆ อยู่ดี ไม่ใช่เพียงเพราะความน่ารักที่ชวนให้ทุกคนหลงใหลเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเหตุผลที่บอกได้ว่าเราควรลองเลี้ยงแมวดูสักครั้งหนึ่ง

แมวมีส่วนช่วยในการบำบัดโรคทางร่างกายและจิตใจได้

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุชัดเจนว่าแมวสามารถลดความตึงเครียดให้กับเจ้าของได้ รวมถึงอาการเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรงก็สามารถบรรเทาลงได้ด้วย การปล่อยให้แมวเดินไปเดินมาอย่างอิสระภายในบริเวณบ้าน มีส่วนช่วยให้บรรยากาศมีความเบาสบายมากขึ้น และนั่นเป็นสิ่งที่ส่งผลดีมากต่อความสัมพันธ์ของการใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงาน สำหรับผู้สูงอายุ แมวนั้นเป็นเพื่อนคล้ายเหงาที่ยอดเยี่ยม หรือแม้แต่เด็กออทิสติกที่เข้ากับใครไม่ได้ แมวก็สามารถช่วยฝึกสมาธิของเด็กให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ได้เช่นกัน

แมว มีบุคลิกที่ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

หลายคนที่มีประสบการณ์เลี้ยงแมวมาก่อน มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแมวนั้นเดาใจยาก เราไม่มีทางรู้ว่ามันอยากจะทำอะไร และไม่เคยมีสิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวันอย่างแท้จริง การตอบสนองที่แมวมีต่อเจ้าของก็ดูคล้ายกับว่าจะปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของมันที่เราไม่อาจรู้ได้ ในวันนี้ที่แมวคลอเคลียอยู่ข้างกายตลอดเวลา วันพรุ่งนี้มันอาจไม่เดินเฉียดเข้ามาใกล้เราเลยด้วยซ้ำ ความไม่แน่นอนเหล่านี้ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ บรรดานักเขียน ศิลปิน หรือวิชาชีพอื่นที่ต้องใช้จินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงาน จึงชื่นชอบแมวมากกว่าสัตว์ประเภทอื่น 

แมวเป็นสัตว์ฉลาดและรักเจ้าของในแบบของตัวเอง

หากเราฝึกให้แมวทำอะไรบางอย่างแล้วมันทำไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่คนเลี้ยงแมวต้องรู้ไว้ก็คือ แท้จริงแล้วมันไม่อยากทำมากกว่า เพราะความจริงแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างฉลาดและแสนรู้ มันเข้าใจดีว่าจะต้องทำอะไรเพื่อให้ได้อะไรตอบแทน และมันยังรับรู้ถึงสภาวะอารมณ์ของเจ้าของได้อีกด้วย ยิ่งกว่านั้นการแสดงความรักที่มีต่อเจ้าของนั้นช่างเป็นเอกลักษณ์ บางครั้งแมวจะแสดงออกเหมือนกับไม่ได้สนใจเรามากเท่าไร แต่มันกลับติดตามอยู่ตลอดว่าเราทำอะไรบ้าง ตัวอย่างที่สังเกตเห็นได้ก็คือ แมวบางตัวจะมานั่งเฝ้ารอให้เจ้าของกลับบ้านทุกช่วงเย็น มันไม่รอทั้งวันด้วยรู้เวลากลับที่ค่อนข้างแน่นอน แมวบางตัวจะมานอนใกล้ๆ เมื่อรู้ว่าเจ้าของไม่สบาย ทั้งที่เวลาปกติแทบจะไม่เข้าใกล้เลย เป็นต้น

Categories
สัตว์น้ำ

ดอกไม้ทะเล สัตว์น้ำที่สร้างเมือกป้องกันพิษของตัวเอง

แม้ว่า ดอกไม้ทะเล จะใช้ชีวิตยึดติดอยู่กับที่ตลอดเวลา เว้นแต่ว่าจะเจอมรสุมหรือความเปลี่ยนแปลงบางอย่างใต้ท้องทะเล แล้วถูกพัดพาจนไปเกาะยังพื้นที่อื่น แต่มันก็ไม่ได้เป็นพืชใต้น้ำอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะดอกไม้ทะเลเป็นสัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลังตระกูลเดียวกับปะการังแข็ง จำเป็นต้องหาแหล่งยึดเกาะพร้อมกับสร้างบางสิ่งบางอย่างเพื่อป้องกันตัวเอง ขณะที่ปะการังบางสายพันธุ์สร้างหินปูนเคลือบผิวนอกได้ ดอกไม้ทะเลก็สร้างเข็มพิษได้เหมือนกัน

ดอกไม้ทะเล นั้นไม่มีสมองแต่มีเส้นประสาทนับไม่ถ้วน

โครงสร้างตามธรรมชาติของดอกไม้ทะเลจะคล้ายคลึงกับสัตว์จำพวกแมงกะพรุน ไฮดรา และปะการังบางชนิด ที่มีโพรงกลวงกลางลำตัวให้น้ำไหลผ่านได้ ส่วนด้านนอกจะเป็นกิ่งก้านหรือหนวดที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระตามกระแสน้ำ รูปร่างและสีสันก็แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เมื่อมองภาพรวมเราจึงเห็นเหมือนทุ่งดอกไม้หลากสีใต้ท้องทะเล จุดที่น่าสนใจก็คือพวกมันไม่ได้มีสมองไว้ตัดสินใจ แต่ใช้เส้นประสาทที่กระจายตัวอยู่ตามกิ่งก้านทั้งหมดตอบสนองสิ่งที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมแทน และส่วนนี้เองที่ทำให้ดอกไม้ทะเลรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว 

ความสวยงามของดอกไม้ทะเลแฝงไว้ด้วยพิษร้ายแรง

ดูเหมือนจะเป็นกฎเกณฑ์ของสัตว์ใต้ท้องทะเลไปแล้ว กับเงื่อนไขที่ว่าสัตว์ชนิดไหนมีสีสันจัดจ้าน สัตว์ชนิดนั้นมีพิษร้ายที่ทำอันตรายถึงชีวิตได้ บนผิวสัมผัสรอบนอกของกิ่งก้านหรือหนวดทั้งหมดที่ดูอ่อนนิ่ม จะมีเข็มพิษจำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ ระดับความรุนแรงมีตั้งแต่ทำให้ศัตรูเป็นอัมพาตไปจนถึงขั้นเสียชีวิต อาวุธนี้เป็นตัวช่วยสำหรับการล่าเหยื่อของดอกไม้ทะเล ซึ่งทำอันตรายต่อตัวมันเองด้วย ดอกไม้ทะเลจึงต้องมีกลไกการสร้างเมือกปกคลุมเอาไว้ และตรงจุดนี้มีเพียงปลาการ์ตูนเท่านั้นที่ปรับตัวได้ และเรียนรู้ที่จะสร้างเมือกเพื่ออาศัยหลบภัยในพุ่มดอกไม้ทะเลได้อย่างปลอดภัย

ไม่ใช่ดอกไม้ทะเลทุกชนิดที่เป็นมิตรกับปลาการ์ตูน

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นแล้วว่าพิษของดอกไม้ทะเลนั้นมีหลายระดับ บางสายพันธุ์สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งใคร มิหนำซ้ำยังไม่ต้องกลัวภัยอันตรายจากสัตว์ทะเลหน้าไหนอีกด้วย จึงไม่เกิดการอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันกับปลาการ์ตูน สำหรับลักษณะของดอกไม้ทะเลที่มักอยู่คู่กับปลาการ์ตูนนั้น จะต้องมีหนวดที่อ่อนนิ่มและค่อนข้างยาว มีเข็มพิษเกาะกลุ่มกันที่บริเวณปลายหนวดมากกว่าส่วนอื่น กอรวมตัวกันเป็นพุ่มใหญ่ที่ค่อนข้างหนาแน่น ปลาการ์ตูนจะอาศัยอยู่ในพุ่มนั้น พร้อมกับเป็นเหยื่อล่อสัตว์ทะเลบางชนิดให้มาเป็นอาหารของดอกไม้ทะเลได้ สัตว์ทั้งสองชนิดนี้พึ่งพากันเสมอ จึงเป็นธรรมดาที่เมื่อเราเจอปลาการ์ตูนที่ไหนก็มักจะเจอดอกไม้ทะเลที่นั่นด้วย

Categories
สัตว์น้ำ

แมงกะพรุน สัตว์ตัวใสที่มักมาเยือนพร้อมกับสายฝน

โลกใต้ท้องทะเลยังคงมีปริศนาอีกหลายข้อที่ไม่ถูกไขให้กระจ่างชัด ส่งผลให้สัตว์ทะเลส่วนใหญ่ได้รับความสนใจในแง่ของความลึกลับค่อนข้างมาก แมงกะพรุน ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ทั้งรูปร่างและการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ ชวนให้รู้สึกว่ามันอาจเป็นสัตว์ที่ผูกมิตรได้โดยง่าย แต่ความจริงกลับมีพิษร้ายและคาดเดาพฤติกรรมไม่ได้เลย การทำความรู้จักกับแมงกะพรุนให้มากขึ้นอีกนิด ก็จะช่วยให้เราใกล้ชิดกับสัตว์ชนิดนี้ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

สีสันของแมงกะพรุนไม่ได้เป็นตัววัดว่ามันมีพิษหรือไม่

จะด้วยแคมเปญการท่องเที่ยวหรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแมงกะพรุนนั้นแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ แมงกะพรุนมีพิษ และแมงกะพรุนไม่มีพิษ ทั้งที่ความจริงแล้วแมงกะพรุนมีพิษทุกสายพันธุ์ อยู่ที่ว่าระดับของพิษจะรุนแรงจนทำให้เราเป็นอันตรายได้หรือไม่ ขนาดแมงกะพรุนตัวเล็กสีใสที่เราแทบมองไม่เห็นเวลาอยู่ในทะเล ถ้าโดนเข้าไปก็มีอาการแสบๆ คันๆ เช่นเดียวกัน ส่วนสีสันที่อยู่บนตัวแมงกะพรุนนั้นเอาไว้วัดว่าพิษของมันร้ายกาจแค่ไหน ยิ่งสีสวยเท่าไรก็สุ่มเสี่ยงว่าอาจทำให้ถึงตายได้มากเท่านั้น

ขนาดตัว ไม่ได้แปรผันตรงกับความรุนแรงของพิษ

ปกติเวลาเจอแมงกะพรุนตัวเล็กๆ ที่ว่ายผ่านเราไปตอนอยู่ในทะเล หลายคนจะสนอกสนใจและอยากลองจับมันมาดู หรืออย่างน้อยก็ขอเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อให้เห็นได้ชัดขึ้น ในทางกลับกันถ้าเป็นแมงกะพรุนตัวใหญ่ เราจะรีบหนีขึ้นฝั่งกันอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติมก็คือขนาดลำตัวของแมงกะพรุนไม่ได้บอกเลยว่ามันมีพิษร้ายแรงหรือไม่ เพราะแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายในอันดับต้นๆ มีขนาดเพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะเข้าใกล้แมงกะพรุนที่มีขนาดใหญ่ได้ แม้ว่าจะเคยเห็นนักประดำน้ำหลายคนทำแบบนั้นก็ตาม เพราะพวกเขาเหล่านั้นผ่านการฝึกฝนและเรียนรู้เกี่ยวกับแมงกะพรุนแต่ละชนิดมามากพอที่จะป้องกันตัวเองได้แล้ว

มันมาทักทายเราในช่วงหน้าฝนเสมอ

เรามักจะได้เห็นแมงกะพรุนตามชายฝั่งในช่วงหน้าฝนมากกว่าฤดูกาลอื่น ไม่ใช่เพราะพวกมันอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศของที่อยู่อาศัยตามอำเภอใจ แต่เป็นเพราะวงจรชีวิตที่ไม่อาจว่ายต้านกระแสน้ำได้มากนัก เมื่ออุณหภูมิทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทาง พวกมันจึงลอยมาตามเส้นทางนั้นด้วย ไม่นานนักหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง พวกมันก็จะจากไปอย่างรวดเร็ว และทิ้งบางส่วนให้แห้งตายอยู่บนชายหาด ช่วงหลังฝนตกจึงเป็นจังหวะที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ควรงดลงเล่นน้ำจนกว่าอากาศจะสดใสดีกว่า

Categories
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

เมื่อ แมวน้ำ ไม่ได้มีคุณสมบัติแค่กินปลาและร้องอุ๋งๆ

อุ๋งๆ ที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบกันเป็นแมวน้ำสายพันธุ์แท้ ลักษณะเด่นของมันคือไม่มีหู รูปร่างอ้วนกลม หน้าตาดูเป็นมิตรมากที่สุด แต่เมื่อโตเต็มที่ก็มีน้ำหนักได้มากถึง 3 ตัน สายพันธุ์ต่อมาเป็นแมวน้ำขน หรืออีกชื่อหนึ่งคือสิงโตทะเล พวกมันมีหูเล็กๆ และมีหนวดยาว รูปร่างดูปราดเปรียวกว่าสายพันธุ์แท้และรักอิสระสูงมาก สุดท้ายเป็นพันธุ์ที่ใจดีและคงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ นั่นคือแมวน้ำพันธุ์วอลรัส พวกมันตัวใหญ่และมีผิวย่นสีเข้ม เคลื่อนที่ได้ช้าเนื่องจากน้ำหนักตัวเยอะมาก แต่มันมีเขี้ยวยาวเป็นฟุตสำหรับการป้องกันตัวเอง

แมวน้ำไม่ได้น่ารักตลอดเวลาแถมยังเป็นขาโหดแห่งท้องทะเล

ถ้าคิดว่าในแต่ละวันแมวน้ำจะนอนทำตาแป๋ว ว่ายน้ำเล่นแล้วก็กินปลาอย่างน่าเอ็นดู บอกเลยว่าเรามองภาพห่างไกลจากความเป็นจริงไปมากทีเดียว แมวน้ำตามธรรมชาตินั้นมีสัญชาตญาณของนักล่าอยู่พอตัว เมื่อไรที่มีเป้าหมายในใจมันไม่เคยพลาด ยิ่งในช่วงที่ต้องดูแลลูกน้อยมันจะยิ่งดุร้ายมากกว่าปกติ สามารถต่อสู้กับสัตว์ที่ตัวใหญ่และว่องไวกว่ามันได้โดยง่าย แม้แต่ปลาที่ว่ายน้ำได้รวดเร็วก็ยังไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือของแมวน้ำไปได้ เพราะพวกมันเฉลียวฉลาดและรู้ว่าต้องใช้กลยุทธ์อะไรในการล่า

แมวน้ำมีหลายสายพันธุ์และไม่ได้น่ารักเหมือนกันหมด

อุ๋งๆ ที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบกันเป็นแมวน้ำสายพันธุ์แท้ ลักษณะเด่นของมันคือไม่มีหู รูปร่างอ้วนกลม หน้าตาดูเป็นมิตรมากที่สุด แต่เมื่อโตเต็มที่ก็มีน้ำหนักได้มากถึง 3 ตัน สายพันธุ์ต่อมาเป็นแมวน้ำขน หรืออีกชื่อหนึ่งคือสิงโตทะเล พวกมันมีหูเล็กๆ และมีหนวดยาว รูปร่างดูปราดเปรียวกว่าสายพันธุ์แท้และรักอิสระสูงมาก สุดท้ายเป็นพันธุ์ที่ใจดีและคงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ นั่นคือแมวน้ำพันธุ์วอลรัส พวกมันตัวใหญ่และมีผิวย่นสีเข้ม เคลื่อนที่ได้ช้าเนื่องจากน้ำหนักตัวเยอะมาก แต่มันมีเขี้ยวยาวเป็นฟุตสำหรับการป้องกันตัวเอง 

แมวน้ำสามารถเรียนรู้และผ่านการฝึกฝนทักษะที่ซับซ้อนได้

นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงได้เห็นแต่แมวน้ำสุดน่ารักตามสวนสัตว์ มันดูเชื่องและแสนรู้อย่างมาก สามารถทำตามคำสั่งได้แบบไม่ผิดเพี้ยน แถมบางครั้งยังเหมือนมันพยายามแสดงความรักต่อทุกคนที่เข้ามาดูมันอีกด้วย ทั้งหมดนั้นเป็นการฝึกจากผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจว่าพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมวน้ำคืออะไร พวกเขาฝึกมันตั้งแต่ยังเล็กเพื่อให้คุ้นเคยกับมนุษย์ ตลอดจนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับสัตว์ชนิดอื่นอย่างไรบ้าง แน่นอนว่าไม่ใช่แมวน้ำทุกสายพันธุ์ที่เหมาะกับการฝึก แล้วก็ไม่ใช่แมวน้ำทุกช่วงวัยจะฝึกฝนได้ด้วย

Categories
สัตว์ปีก

สัญลักษณ์แห่งความฉลาดรอบรู้ของ ” นกฮูก “

ถ้ายามกลางวันเหยี่ยวและอินทรีย์เป็นนักล่าที่ยอดเยี่ยม ยามกลางคืนก็ต้องยกให้ นกฮูก ที่ออกล่าได้อย่างไร้ร่องรอยจนเหยื่อส่วนใหญ่ตั้งตัวไม่ค่อยทัน นกฮูกเป็นตัวแทนของความรอบรู้ ซึ่งมีที่มาจากท่าทางอันสุขุมเยือกเย็นและสายตาที่แตกต่างจากนกทั่วไป บวกกับการที่คนโบราณเชื่อมโยงนกฮูกกับเทพกรีกผู้โดดเด่นในเรื่องความรอบรู้และการทำสงคราม อย่างไรก็ตาม นั่นยังไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่นกฮูกถูกเลือกให้เป็นสัญลักษณ์นี้

นกฮูกเป็นสัตว์ที่ปรับตัวได้เก่งและไม่นิยมย้ายถิ่นฐานบ่อยๆ

สิ่งแรกที่จะแสดงถึงความเฉลียวฉลาดของนกฮูกก็คือ มันสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยของนกชนิดนี้มีความหลากหลายมาก มันอยู่ที่ไหนก็ได้ ทั้งในถ้ำ บนต้นไม้ และหลังคาบ้าน แม้การเข้าสังคมกับมนุษย์ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่จะหวาดกลัวในช่วงแรก แต่นกฮูกก็ยังคงความสุขุมเยือกเย็นและผูกสัมพันธ์ได้อย่างง่ายดาย พวกมันเฝ้าสังเกตอาณาบริเวณของถิ่นอาศัยอยู่เสมอ ทันทีที่มีสัญญาณว่าบางสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป มันจะเลือกใช้วิธีการปรับตัวให้อยู่ได้เช่นเดิม และทำอย่างนั้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเกินรับไหวถึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน

การฝึกฝนความเก่งกาจของ นกฮูก เริ่มต้นตั้งแต่ยังเล็ก

นกฮูกมีธรรมชาติการเลี้ยงดูลูกน้อยที่ค่อนข้างน่าสนใจ พวกมันจะป้อนอาหารให้กับตัวที่แข็งแรงมากกว่าก่อนเสมอ ซึ่งความแข็งแรงนี้ก็ไม่ได้วัดกันที่พละกำลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นกฮูกตัวน้อยจะต้องเรียนรู้การผลักดันตัวเองเพื่อให้แม่ได้เห็นว่าตัวเองโดดเด่นกว่าพี่น้อง และจะไม่หยุดจนกว่าจะสุดความสามารถ เพราะถ้ามีความแข็งแกร่งแต่ยังน้อยกว่าตัวอื่น ก็จะไม่ได้รับอาหารจากแม่เลย การฝึกฝนนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการป้อนอาหาร จวบจนกระทั่งลูกนกฮูกสามารถหาอาหารได้ด้วยตัวเอง 

นกฮูกสามารถได้ยินเสียงต่างๆ ได้ดีกว่ามนุษย์เป็นสิบเท่า

โครงสร้างใบหน้าของนกฮูกเกือบทุกสายพันธุ์จะมีความแบนราบ ทำให้มีกลไกการรับเสียงที่ยอดเยี่ยม พวกมันได้ยินคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่ำๆ ได้ หากเทียบกับมนุษย์ทั่วไป นกฮูกจะมีประสาทการรับฟังที่ดีกว่าถึงสิบเท่า หลังจากได้ยินแล้วจะมีการประมวลผลต่อว่าจะต้องทำอะไรต่อไป มันใช้การหันคอรอบทิศทางบวกกับประสิทธิภาพการมองเห็นในระยะไกลเพื่อช่วยเก็บข้อมูลประกอบการตัดสินใจด้วย ดังนั้น เมื่อมีภัยอันตรายเข้ามาใกล้ นกฮูกจึงหลบหนีหรือเตรียมตั้งรับได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราจับนกฮูกได้ค่อนข้างยาก เว้นแต่มันจะไม่สบายหรือยังเด็กเกินไปเท่านั้นเอง