Categories
สัตว์ปีก

นกเค้าแมว นกนักล่ายามราตรี สัญลักษณ์แห่งความโชคดี

เค้าแมว นกนักล่าผู้มาพร้อมความน่าเกรงขาม ดูดุดัน ออกหากินยามค่ำคืนพร้อมเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้ที่ได้ยินเสียงต่างให้ความสนใจไม่น้อย เค้าแมว ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งยามราตรี ดวงตาที่เป็นประกายทำให้พวกมันดูโดดเด่นมากยิ่ง อย่างไรก็ตาม เหล่าเค้าแมวก็มักจะมาพร้อมกับเรื่องเล่าถึงการเป็นสัตว์ที่นำความโชคร้ายมาให้ในตำนานความเชื่อของคนไทน เนื่องจากใบหน้าที่ดูน่ากลัวราวกับปีศาจ วงหน้าที่ดูลี้ลับที่ทำให้ผู้พบเห็นต่างหวาดกลัวไม่น้อย อย่างไรก็ตาม ในหลายๆ ประเทศของโลกกลับมองว่าเค้าแมวเป็นสัตว์ที่นำความโชคดีมาให้

ในบทความนี้ จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ เค้าแมว นกนักล่ายามค่ำคืน ถึงความน่าสนใจ รวมถึงความนิยมในการเลี้ยงเค้าแมวในปัจจุบันอีกด้วย จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกัน

นกเค้าแมว นักล่าเหยื่อผู้เคร่งขรึม ออกหากินในยามวิกาล

เค้าแมว มักถูกเรียกว่า นกฮูก เนื่องจากเสียงที่มีลักษณะคล้ายกับคำว่า ฮุก หรือ คุก กล่าวได้ว่า ทั้งสองชื่อเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน นกเค้าแมวกับนกฮูก มีชื่อทางการว่า เค้าแมว นั่นเอง หลายคนมักจะเห็นความน่ารักของพวกมันและตั้งคำถามว่า นกเค้าแมวเลี้ยงได้ไหม โดยสัตว์นักล่าชนิดนี้ ถูกจัดให้เป็นตระกูลกินเนื้อที่ในปัจจุบันมีทั้งหมด 134 ชนิดทั่วโลก สามารถที่จะพบได้ทั่วโลกยกเว้นแถวขั้วโลกใต้ ใบหน้าของพวกมันจะมีลักษณะที่คล้ายกับแมว มักจะออกหากินในช่วงระยะเวลากลางคืน เนื่องจากนกเค้าเป็นสัตว์ที่ไม่สมารถต่อสู้กับเหล่านกชนิดต่างๆ ได้ในช่วงเวลากลางวัน ไม่ว่าจะเป็น นกตัวเล็กอย่าง นกเอี้ยง หรือ จะเป็นนกนักล่ายามกลางวันอย่าง อินทรี 

อาหารของนกเค้านักล่าเหยื่อ

นกเค้า ถูกจัดให้เป็นนักล่าเหยื่อประเภทเดียวกับ อินทรี แร้งและเหยี่ยวเช่นเดียวกัน นกเค้าแมวกินอะไร โดย สัตว์ที่ นกเค้า จับกินเป็นอาหารนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ชนิดเล็กๆ เช่น งู, หนู, รวมถึงค้างคาว สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ นกเค้าบางชนิดสามารถที่จะจับปลาได้เช่นกัน 

ลักษณะของเค้าแมวนักล่าผู้แตกต่าง

นกเค้า มีรูปร่างและหน้าตาที่ดุดัน น่าเกรงขามอย่างมาก ดวงตามีขนาดที่โตมากกว่านกนักล่าชนิดอื่นๆ เนื่องจากต้องออกหากินในยามค่ำคืน กระดูกสันหลังของเค้าแมวมีมากถึง 14 ชิ้นบริเวณคอ ทำให้สามารถหมุนหัวได้มากถึง 270 องศา ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ชนิดเดียวในโลกที่สามารถหมุนได้มากขนาดนี้ คอของพวกมันค่อน้ขางยาวแต่เพราะมีขนหนาที่ปกคลุมทำให้เหมือนมีคอที่สั้น มีหูที่สวยและขนาดไม่เท่ากัน และเนื่องจากเป็นสัตว์นักล่ายามราตรี ทำให้พวกมันมีหูที่มีสัมผัสพิเศษ ไวมากกว่าปกติเพื่อที่จะได้รับฟังเสียงของเหยื่อและการเดินทางในยามค่ำคืน 

รู้หรือไม่ว่าเค้าแมวมีประสาทสายตาที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ามนุษย์ทั่วไป 100 เท่า สามารถบินได้อย่างเงียบ ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ จากปีกที่อ่อนนุ่ม การบินของพวกมันเงียบมัน สามารถล่าเหยื่อได้อย่างฉับไวและเกินกว่าที่เหยื่อจะรู้ตัว เกร็ดเล็กๆ เกี่ยวกับลักษณะนิสัยของสัตว์ชนิดนี้คือ รังนกเค้าแมว มักจะพบก้อนที่พวกมันได้สำรอกออกมา เนื่องจากการกลืนเหยื่อไปลงทั้งตัวจนทำให้ขนและส่วนกระดูกที่ไม่ย่อยสำรอกมาร่วมเป็นก้อนนั่นเอง โดยในปัจจุบันประเทศไทยพบการมีอยู่ของนกชนิดนี้รวมทั้งหมด 19 ชนิด 

นกแสก อีกหนึ่งความเหมือนของเค้าแมว

นกเค้าแมวกับนกแสก หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ถ้าหากนกฮูกเป็นวงศ์นกเค้าเหมือนกับเค้าแมว แล้วนกแสกที่ชาวไทยหลายๆ คนต่างหวาดกลัวตามความเชื่อจะใช่ชนิดเดียวกันหรือไม่ ทั้งนี้ ก็ต้องบอกเลยว่าพวกมันเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกัน แต่อยู่กันคนละชนิดนั่นเอง แต่ก็มีลักษณะหน้าตาที่ใกล้เคียงกันเหมือนกัลป์ชนิดอื่นๆ ในตระกูลนกเค้า ยิ่งถ้าหากเป็นช่วงเวลากลางคืนก็ไม่สามารถที่จะแยกได้เลย ต้องใช้การฟังเสียงมาจำแนกออกว่าเป็นนกเค้าชนิดไหนนั่นเอง

เค้าแมวสัญลักษณ์โชคดีหรือโชคร้าย

นกเค้าแมวในไทย ถึงแม้ว่าหลายคนมักจะมอบว่า เค้าแมว เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้ายๆ แต่ในหลายๆ ประเทศกลับมองว่าพวกมันเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี โดยจากความเชื่อของประเทศญี่ปุ่น นกฮูก ได้มีการพูดถึงทั้งในเชิงลบและเชิงบวก สำหรับนกแสกก็มักจะถูกพูดถึงในฐานะของนกแห่งความตายหรือนกปีศาจ แต่นกฮูกเหยี่ยวจะเป็นชนิดด้านบวกที่ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นนกผู้ถือสารจากเทพเจ้ามามอบให้แก่มนุษย์นั่นเอง

ในส่วนของความเชื่อของประเทศอินเดีย พบว่าเค้าแมวสีขาวเป็นสัตว์ที่อยู่เคียงข้างเทพเจ้าแห่งความโชคและสมบูรณ์ นำมาซึ่งความมั่งคั่ง เจริญรุ่งเรืองและโชคลาภ อย่างไรก็ตาม นกฮูกก็กลับเป็นสัตว์ที่ใช้การพูดถึงความไม่ฉลาก ความเขลาตามภาษาพูดทั่วไปของอินเดีย

ประโยชน์ของเค้าแมวที่มีมากกว่าที่คิด

ถึงแม้จะถูกมองว่าเป็นตัวนำมาซึ่งโชคร้าย แต่รู้หรือไม่ว่า นกเค้าเป็นนกตระกูลที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรอย่างมาก เนื่องจากพวกมันมีความชื่นชอบในการกินหนู รวมถึงยังสามารถจู่โจมแมลง ตั๊กแตน ศัตรูพืชได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยที่ดีอย่างยิ่งสำหรับการสร้างระบบนิเวศน์ที่ดีให้แก่การทำเกษตรกรรม

อยากเลี้ยง นกเค้าแมว ได้หรือไม่?

ในปัจจุบันเค้าแมวมีการถูกเลี้ยงอย่างแพร่หลาย อย่างเช่น นกเค้าแมวหิมะ ขวัญใจของมนุษย์ เป็นสัตว์เลี้ยงที่แปลกใหม่และเต็มไปด้วยความน่าสนใจ รวมถึงในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การดูแลนกเค้าก็สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพวกมันเป็นนกนักล่าที่รักอิสระและออกหากินในยามค่ำคืน พวกเขาต้องการพื้นที่ กรงขนาดใหญ่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เพียงพอต่อความต้องการ ที่จะช่วยสร้างความพึงพอใจและดึงดูดให้พวกมันอยู่กับที่ได้เป็นอย่างดี 

ความท้าทายในการเลี้ยงนกชนิดนี้

การเลี้ยงนกเค้าแมว ถือว่าเป็นความท้าทายพอสมควร เนื่องจากพวกมันเป็นสัตว์ที่ชื่นชอบการทำสิ่งต่างๆ เป็นกิจวัตร กล่าวคืน มีตารางงานเป็นของตัวเองในการทำสิ่งต่างๆ อีกทั้งพวกมันยังอาจจะทำให้พื้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ของคุณภายในบ้านถูกฉีดขาดออกมาเนื่องจากนิสัยส่วนตัวของนกฮูก นอกจากนี้ พวกมันต้องการการดูแลที่สูง มีการรักษาความสะอาด และยากต่อการที่จะพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา รวมถึงยังไม่มีนิสัยที่ขี้อ้อน เอาใจใส่เหมือนกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ เนื่องจากตามสัญลักษญาณแล้วพวกมันไม่ใช่สัตว์ที่เป็นมิตรมากนัก

ความนิยมในการเลี้ยง นกเค้าแมว ในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน นกเค้า เป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมาเลี้ยง รวมถึงเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วไปที่ตกหลุมรักในความเย่อหยิ่ง สุขุมและดูดุดันของพวกมัน ความโดดเด่นด้านเสียง รูปร่างหน้าตาได้มีมุมมองที่เปลี่ยนไปเชิงบวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงความเชื่อที่เกี่ยวกับการนำมาซึ่งความโชคร้ายของนกฮูกก็ค่อยๆ หายลงไปตามกาลเวลา 

Categories
สัตว์บก

ทำความรู้จัก แรคคูน จอมโจรผู้ขโมยหัวใจมนุษย์

เรียกได้ว่าเป็นสัตว์โลกขวัญใจมนุษย์ ที่มักจะมีการแบ่งปันภาพและวิดีโอต่างๆ รวมถึงเรื่องราวของสัตว์ผู้เต็มไปด้วยความน่ารักน่าเอ็นดู ใบหน้าที่เหมือนกับสวมหน้ากากของจอมโจรแต่กลับเต็มไปด้วยความใส่ซื่อและนิสัยซุกซน แอบชอบการแกล้งผู้คนไม่น้อย ไม่ว่าใครที่ได้พบเจอกับสัตว์ชนิดนี้ก็ต่างพากันพูดถึงความน่าเอ็นดู แถมในปัจจุบันยังมีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในฐานะสัตว์เลี้ยงที่รู้ใจมนุษย์ไม่น้อยเลยทีเดียว 

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักเรื่องราวที่น่าสนใจของเจ้าขนปุยที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารักชนิดนี้ บอกเลยว่าจะทำให้คุณตกหลุมรักพวกเขายิ่งกว่าเดิมแน่นอน

แรคคูน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เจ้าของฉายาจอมโจรผู้น่ารัก

เจ้าขนปุยตัวนี้ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์กินเนื้อและเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง มีรูปร่างกลมและอวบอ้วน ลำตัวของพวกมันมีความยาวแค่เพียงราวๆ 2 ฟุต ส่วนหางเป็นสีผสมกับสีขาวจะมีลักษณะเป็นพวงฟูฟ่องยาวประมาณ 8 – 10 นิ้ว แรคคูนสายพันธุ์ ต่างๆ โดยหน้าตาของสัตว์ชนิดนี้จะมีแถบสีดำคาดมาที่บริเวณตาทำให้ดูเหมือนการสวมหน้ากากอยู่เสมอ และนั่นเองก็ทำให้เจ้าตัวเล็กได้ฉายาว่าเป็นจอมโจรผู้น่ารักนั่นเอง 

ทั้งนี้ ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่แค่เพียงฉายาเท่านั้น เพราะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้ก็ได้รับการพูดถึงถึงความเจ้าเล่ห์และชอบขโมยอาหารต่างๆ ตามร้านค้า ในเมืองอยู่บ่อยครั้ง ชาวอเมริกันได้บอกเล่าถึงนิสัยของเจ้าสัตว์ประเภทนี้ว่าชื่นชอบการขโมยอาหาร Fast Food แบบสุดๆ แถมยังมีทักษะด้านการปีนป่าย เปิดตู้อาหารหรือตู้เย็น คลายเชือกด้วยเท้าหน้าที่มีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ได้อย่างเชี่ยวชาญอีกด้วย

โดยสัตว์ตัวน้อยผู้ซุกซน มักจะอาศัยอยู่บนต้นไม้ บนซอกไม้ ในช่วงเวลากลางวันจะพักผ่อนนอนเก็บแรง ส่วนในช่วงเวลากลางคืนออกหากิน และมีการจำฉีลตลอดฤดูกาลในช่วงหน้าหนาว

แรคคูน กับทานูกิ เหมือนกันหรือไม่?

คำถามที่หลายๆ คนสงสัยไม่น้อยเลยว่าเป็นสัตว์ชนิดเดียวกับ ทานูกิ หรือไม่ ทั้งนี้ ถึงแม้จะมีรูปร่างและหน้าตาที่คล้ายกัน แต่จากข้อมูลของนักวิจัยหลายๆ แห่งได้กล่าวว่า ทานูกิ เป็นสายพันธุ์เอเชียที่ได้มีการแตกชนิดออกมา โดยมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Japanese Raccoon Dog โดยจะสามารถพบได้แค่เพียงในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น 



ลักษณะนิสัยของ แรคคูน สัตว์ตัวน้อยขวัญใจมนุษย์

มันเป็นสัตว์ที่มีเป็นที่ชื่นชอบมนุษย์อย่างยิ่ง มีลักษณะนิสัยที่มีความเป็นมิตรและรักอิสระ ชื่นชอบการเข้าสังคม พวกมันมักจะมีความตื่นตัวอยู่เสมอ แรคคูน นิสัย เป็นสัตว์ที่มีความฉลาด เต็มไปด้วยความปราดเปรื่องและเจ้าเล่ห์ไม่น้อย ดูเหมือนว่าจะสามารถเข้ากับคนและเป็นสัตว์ที่เชื่องมาก แต่ก็แอบซ่อนความซุกซนที่อาจจะทำให้คุณปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม พวกมันเป็นสัตว์ที่มีพัฒนาการที่ดี สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว จากที่กล่าวไปข้างตนถึงความเชี่ยวชาญด้านความปีนป่านและคลายเชือก ที่พวกมันสามารถพัฒนามาเปิดฝาขวด เปิดกล่อง เปิดประตูได้แบบง่ายดายอีกด้วย

เจ้าขนปุยถึงจะซุกซนแต่ก็มีนิสัยที่แตกต่างกัน

แรคคูน อันตรายไหม อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เจ้าสัตว์ชนิดนี้จะมีนิสัยที่ซุกซนและดูจะควบคุมยาก แต่พวกมันก็มีนิสัยที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละตัว ในบางตัวนั้นก็จะมีนิสัยที่เชื่อง เรียบร้อย ในบางตัวก็เป็นสัตว์ขี้สงสัย ชอบจับจ้องทุกอย่างที่คนอื่นทำ หรือบางตัวก็เขินอายและขี้กลัว ในบางตัวก็เป็นสัตว์ที่ก้าวร้าว ดุร้ายและแสบแบบสุดๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ถือว่าเป็นสัตว์สุดแปลกที่มนุษย์ชอบเลี้ยงเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย

อยากเลี้ยงเจ้าตัวนี้ทำได้หรือเปล่า? 

ถ้าหากอยากเลี้ยงจะสามารถทำได้หรือเปล่า แรคคูนผิดกฎหมายไหม ในปัจจุบันนี้ มีผู้นิยมเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีนิสัยฉลาดและสามารถปรับตัวเข้ากับมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว โดยแนะนำว่า ให้เลือกเลี้ยงตั้งแต่ช่วงอายุ 1 เดือน เพื่อที่จะสามารถฝึกฝนให้อยู่ภายในความควบคุมได้ การเลี้ยงเจ้าตัวนี้ที่มีอายุมากกว่า 3 เดือนจะทำให้ยากต่อการดูแล อีกทั้งยังทำให้เกิดความเสี่ยงที่สัตว์จะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและเปลี่ยนไปเนื่องจากความเครียดที่ต้องถูกควบคุมในพื้นที่ต่างถิ่น

การเตรียมความพร้อมในการเลี้ยง แรคคูน

แล้วถ้าต้องการเลี้ยงจะต้องเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับอาหารการกินอย่างไรบ้าง เจ้าตัวนี้กินอะไรเป็นอาหาร โดยสัตว์ชนิดนี้ชื่นชอบการกินทั้งสัตว์และพืชผัก ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ เมล็ดพืช รวมถึงกบ แมลง ปลาชนิดต่างๆ เป็นต้น 

ส่วนพื้นที่ในการเลี้ยงนั้น แนะนำว่าต้องเป็นพื้นที่ที่มีความกว้างขวาง เพราะเป็นสัตว์ที่ชื่นชอบการวิ่ง เดินเล่นและปีนป่าย 

เรื่องราวสุดแปลกของเจ้า แรคคูน 

รู้หรือไม่ว่าสัตว์ชนิดนี้มาพร้อมกับเรื่องราวที่แปลกหลายๆ อย่างเลยทีเดียว สัตว์เลี้ยงแปลกๆ ชนิดนี้ สามารถที่จะกินได้ทุกอย่าง กินอาหารได้ทุกชนิด ตั้งแต่อาหาร Fast Food อย่าง เฟรนฟรายส์ หรือ แฮมเบอเกอร์ ไปจนถึงสัตว์ตัวเล็กๆ อย่าง กุ้ง ปลา แมลง กบ รวมถึงนก แถมยังสามารถเดินลุยน้ำ บุกป่า ปีนน้ำไม้ได้อย่างสบายๆ โดยพวกมันมักจะเดินอยู่บนพื้นทางเดินที่มีความแข็งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยเท้าในช่วงเวลาหากินยามค่ำคืน 

แรคคูน เจ้าตัวเล็กผู้รักความสะอาด 

พวกมันได้ชื่อว่าเป็น สัตว์เลี้ยงสุดแปลก ที่รักความสะอาดอย่างมาก มีการพูดถึงพฤติกรรมแปลกๆ ของพวกมันว่า จะต้องนำอาหารที่กำลังจะกินไปล้างน้ำให้เรียบร้อยก่อนทุกครั้ง หลายๆ คนเชื่อว่าเป็นเพราะพวกมันต้องการทำความสะอาดให้เรียบร้อย แต่หลายคนก็เผยว่าเพราะพวกมันไม่มีน้ำลายสำหรับการกลืนอาหารที่เพียงพอจึงได้นำไปล้างเพื่อให้อาหารนิ่มก่อนนำมากินนั่นเอง

แรคคูน สัตว์เจ้าเสน่ห์ ที่อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์กว่าที่คิด

ในปัจจุบันพวกมันเป็น Exotic Pet ที่มนุษย์ชื่นชอบแบบสุดๆ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่พบว่ามีปริมาณมากกว่าหมื่นตัวเลยทีเดียว โดยพวกมันมักจะอาศัยอยู่ทั้งในป่าและชุมชนเมือง ไม่ใช่แค่เพียงในปัจจุบันพวกมันยังถือว่าเป็นทางเลือกในการนำมาเลี้ยงเนื่องจากมีนิสัยที่น่ารัก สามารถปรับตัวเก่งและเลี้ยงได้ รวมถึงยังพบได้บ่อยในคาเฟ่ต่างๆ ที่มีการนำพวกมันมาเลี้ยงเพื่อแสดงความน่ารักให้แก่ผู้คนได้รับชมอีกด้วย

Categories
สัตว์น้ำ

ปลากระเบน สัตว์น้ำกระดูกอ่อน วิหคแห่งท้องทะเล

สัตว์ชนิดนี้เป็นที่คุ้นเคยของมนุษย์เป็นอย่างดีตั้งแต่ในสมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน รูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นด้วยลำตัวที่กลมดูน่ารักน่าเอ็นดู หางสั้น ครีบชิดกับลำตัว มีลวดลายที่เต็มไปด้วยความสวยงามและสีสีนที่มีเสน่ห์ ในปัจจุบันนิยมนำมาเพาะเลี้ยงในรูปแบบของปลาสวยงามหรือในบางคนก็นิยมใช้เนื้อมาปรุงเป็นเมนูอาหาร โดยเจ้ากระเบนได้ชื่อว่าเป็น วิหคแห่งท้องทะเล ที่มีลักษณะราวกับกำลังแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า เหินลมราวกับว่าวตัวใหญ่ และนั่นเองก็ทำให้พวกมันเป็นที่สนใจของมนุษย์ไม่เสื่อมคลาย

ในบทความนี้ จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของ สัตว์น้ำกระดูกอ่อนชนิดนี้ มีจุดเด่นอย่างไร มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปติดตามกัน

ทำความรู้จัก ปลากระเบน 

กระเบน เป็นสัตว์น้ำกระดูกอ่อนหรือปลากระดูกอ่อนชนิดหนึ่ง โดยในปัจจุบันสามารถพบได้มากถึง 400 ชนิด แบ่งออกเป็นหลายสกุล หลายวงศ์ ที่มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป โดยกระเบนจะมีรูปร่างที่กลมและแบนราบ ครีบจะแนบชิดลำตัว โดยมีท่อน้ำอยู่บริเวณด้านหลังเพื่อสำหรับการไหลเวียนน้ำผ่านทางเหงือกสำหรับการหายใจ แตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ อย่างพวกปลากระดูกแข็ง ปลากระดูกอ่อน ที่ส่วนใหญ่จะหายใจผ่านทางปากนั่นเอง

ปลากระเบน นิสัย รักสันโดษ ชอบความสงบ ส่วนใหญ่แล้ว สัตว์กระดูกอ่อนชนิดนี้ มักจะหากินที่แถวพื้นน้ำ โดยการกินอาหารของพวกมันจะเน้นสัตว์ขนาดเล็กตามพื้นน้ำ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปูและปลาชนิดต่างๆ โดยจะมีการเคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ เนื่องจากกระเบนเป็นสัตว์ที่ไม่มีฟันที่คมหรือแหลมสำหรับการกัดกินอาหาร เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นพอสมควร

ความแตกต่างระหว่างกระเบนน้ำจืดและกระเบนน้ำเค็ม

เมื่อกล่าวถึงสายพันธุ์ที่แตกต่างของเจ้ากระเบน ที่ในปัจจุบันมีมากถึง 400 ชนิด ทำให้หลายๆ คนมักจะสงสัยว่า ปลากระเบนน้ำจืด และน้ำเค็มแตกต่างกันอย่างไร สำหรับจุดเด่นของชนิดน้ำจืดนั้นจะมาจากการอาศัยอยู่บริเวณน้ำจืดและมีรูปทรงที่คล้ายกับว่าว ครีบของชนิดนี้เป็นแนบไปกับลำตัว ส่วนงอยปากจะมีปลายที่แหลม ส่วนเงี่ยงจะซ่อนอยู่บริเวณโคนหางสำหรับการปล่อยพิษออกมาได้นั่นเอง 

ความโดดเด่นของ ปลากระเบนทะเล คือความสวยงามและขนาดที่ใหญ่ โดยที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดก็คือ กระเบบนราหูน้ำเค็ม หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า แมนตา นอกจากจะเป็นกระบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยน้ำหนักสูงถึง 1,350 กิโลกรัมแล้วยังมีความสวยงามอย่างมาก



ความสวยงามของสัตว์น้ำอย่างเจ้าปลากระเบน 

ปลากระดูกอ่อนที่มีรูปร่างหน้าตาน่าเอ็นดูชนิดนี้ ในปัจจุบันเป็นที่พูดถึงเกี่ยวกับความสวยงามอย่างมาก ทำให้ในปัจจุบันได้มีการเลี้ยงและจัดแสดง ปลากระเบนสวยงาม เป็นจำนวนมาก โดยเป็นปลาชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากเหล่าผู้ชื่นชอบการเลี้ยงปลาและนักสะสม มีมูลค่าที่สูงและยังได้ชื่อว่าเป็นอุตสากรรมการส่งออกที่มีการเติบโตสูงอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น สายพันธุ์แบล็กไดมอนด์ กระเบนที่มีแพงมากที่สุด มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ในปัจจุบันมีการส่งออกจากประเทศไทย แพร่ขยายไปยังประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่องในฐานะของปลาสวยงามที่เป็นที่ชื่นชอบในการสะสมและเลี้ยงเพื่อความสวยงามนั่นเอง

สายพันธุ์ของ ปลากระเบน สวยงาม 

สำหรับสายพันธุ์ของ กระเบนสวยงาม ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ที่มีการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่แล้วสามารถพบได้ในแหล่งน้ำต่างๆ อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในเขตทวีปอเมริกาใต้ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  1. กระเบนดำ หรือ Black Ray  จุดเด่นคือพื้นดำที่จุดสีขาวแต่งเติมบริเวณ มีเสน่ห์และน่าค้นหาอย่างมาก ราคาแพงพอสมควร
  2. กระเบนไฮบริดจ์ กลุ่มสุดท้ายจะเป็นปลาที่มีการผสมในรูปแบบข้ามสายพันธุ์ ลูกกระเบนสายพันธุ์นี้จะมีสีสันที่แปลกและแตกต่างไปจากกลุ่มกระเบนพ่อแม่ มีราคาสูงและสีสันที่สวยงาม โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ 
  3. กระเบนตลาดหรือปลาตลาด เป็นประเภทของปลาสวยงามที่เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเพาะเลี้ยงหรือสนใจอยากเลี้ยงกระเบน มีราคาที่ไม่แพงมากนัก เริ่มต้นได้ง่าย เลี้ยงไม่ยากและค่อนข้างโตไวเลยทีเดียว

ข้อควรรู้เกี่ยวกับกระเบนภายในประเทศไทย

ในปัจจุบันกระเบนในไทยมีอยู่หลากหลายชนิด โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท นั่นคือ กระเบนน้ำจืดและน้ำเค็ม ซึ่ง สายพันธุ์ปลากระเบน น้ำจืด สามารถพบได้ 7 ชนิดในเมืองไทย อาศัยอยู่ตามแม่น้ำสายหลักของประเทศ ทางภาคกลาง ภาคใต้และภาคอีสาน ได้แก่ กระเบนลาว, กระเบนเจ้าพระยา, กระเบนธง, กระเบนแม่กลองม กระเบนบัว, กระเบนขาว และ กระเบนลาย ในส่วนของกระเบนน้ำจืด ปลาในทะเลไทย ก็สามารถพบได้หลากหลายชนิดเช่นเดียวกัน อาศัยอยู่ทั้งในแถบอ่าวไทยและอันดามัน ที่สามารถพบได้บ่อยมากที่สุด คือ กระเบนจุดฟ้า, กระเบนราหูน้ำเค็ม เป็นต้น

การเลี้ยงกระเบนในประเทศไทย

สำหรับอาหารการกินสำหรับการเพาะเลี้ยงของ กระเบน สำหรับ อาหารปลากระเบน ส่วนใหญ่แล้วเป็นอาหารตามธรรมชาติ นั่นคือพวกไส้เดือน กุ้งฝอย หนอนแดง ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะชื่นชอบการกินอาหารสด ดดยการเพาะเลี้ยงในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่ผู้คนจะนิยมเลี้ยงเพื่อการขายปลาสวยงาม เนื่องจากกระเบนในบางชนิดจะมีลวดลายที่โดดเด่นและงดงามทำให้มีการเพาะพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เป็นที่นิยมในการส่งออกต่างประเทศ ซึ่งจะมีราคาเริ่มต้นกันที่หลักพันจนถึงหลักแสน

การอนุรักษ์ ปลากระเบน ในปัจจุบัน

เนื่องจาก กระเบน เป็นสัตว์น้ำกระดูกอ่อนที่สามารถรับผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย รวมถึงยังเป็นสัตว์ที่เว้นช่วงในการออกลูกค่อนข้างนานและออกในแต่ละครั้งได้ไม่มากนัก ในปัจจุบัน กระเบนมีปริมาณที่ลดลงจำนวนมาก ทำให้ในประเทศไทยได้มีการระบุถึงชนิดของกระเบนที่ต้องควบคุมในการล่า จำหน่ายและนำเข้า โดยมีทั้งหมด 8 สายพันธุ์ ได้แก่ กระเบนปีศาจแคระ, ปีศาจครีบสั้น, ปีศาจครีบโค้ง, แมนตายักษ์, แมนตาปะการัง, ปลากระเบนราหู น้ำจืด และ กระเบนท้องน้ำ 

และนี่ก็เป็นเรื่องราวของสัตว์น้ำกระดูกอ่อน ปลาที่หลายคนชื่นชอบอย่าง กระเบน วิหคแห่งเนิ่นน้ำที่เต็มไปด้วยความสวยงาม หน้าตาที่น่ารักและน่าเอ็นดู วิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความโดดเด่น ความน่าสนใจต่างๆ รวมถึงในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนจากการเลี้ยงเพื่อรับประทานอาหารเป็นการเลี้ยงเพื่อความสวยงาม 

Categories
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

เขียด นักล่าตัวจิ๋ว สะเทินน้ำสะเทินบก

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่มีรูปร่างขนาดเล็กและกระโดดไปมาได้อย่างโดดเด่น ถึงแม้จะดูเป็นเพียงแค่สัตว์ตัวจิ๋วที่เหล่ามนุษย์มักจะหลีกเลี่ยงทุกครั้งที่พบเจอ แต่ต้องบอกเลยว่าเหล่าสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิดนี้กลับเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ รวมถึงยังเป็นสัตว์ที่ช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมดุล แต่ด้วยในปัจจุบันที่ทำให้ระบบนิเวศเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ ทำให้สัตว์ชนิดนี้มีจำนวนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายๆ คนกังวลถึงสถานะการเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของพวกมันไม่น้อยเลยทีเดียว

แล้วเจ้าตัวจิ๋วที่เต็มไปด้วยประโยชน์และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์นี้มีเรื่องราวความน่าสนใจอะไรบ้าง ในบทความนี้เราจะพาคุณไปติดตามชีวิตสัตว์ที่คนไทยคุ้นเคย มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นทั้งเพื่อน อาหารและสัตว์เลี้ยงของหลายๆ คน 


เขียด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่คุ้นเคยของคนไทย

ถึงแม้จะดูเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วสัตว์ชนิดนี้ไม่ใช่สัตว์ที่จะเติบโตไปเป็นกบแต่อย่างใด พวกมันเป็นสัตว์อยู่ในวงศ์เดียวกับกบ เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีรูปร่างคล้ายคลึงแต่เล็กกว่ากบมาก โดยในปัจจุบันมีหลากหลายชนิดที่แพร่พันธุ์อยู่ภายในประเทศไทย ลักษณะของสัตว์ชนิดนี้จะมีขนาดที่เล็ก ตาโปน ลำตัวของพวกมันอวบและป้อม หัวแหลมหลิมเล็กน้อย ขาที่ยาวสามารถที่จะกระโดดไปที่ต่างๆ ได้รวดเร็วและไกลมาก สามารถหายใจได้ทั้งหมด 2 ทาง คือ หายใจทางปอดและทางปาก

ในปัจจุบันสามารถที่จะพบ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ชนิดนี้ได้จากหลากหลายแหล่ง ถึงแม้จะเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกแต่ก็สามารถอยู่ในน้ำได้นานเช่นเดียวกัน พวกมันมักจะอาศัยอยู่ตามพื้นที่ที่ใกล้กับแหล่งน้ำ แหล่งน้ำ รวมถึงป่า เขา นาข้าวและไร่ต่างๆ ตลอดจนพื้นที่ชุมชนก็สามารถพบได้เช่นเดียวกัน พวกมันมีนิสัยที่ชื่นชอบการอยู่ในพื้นที่แฉะและเปียก ยิ่งในช่วงหน้าแล้งมักจะพบเห็นได้บ่อยในพื้นที่โคลนเนื่องจากพวกมันต้องการแอบเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมักจะออกมาหากินในยามค่ำคินและซ่อนตัวยามกลางวัน 

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกตัวน้อยที่มีประโยชน์เหมือนกัน

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีมีอยู่หลากหลายชนิด ที่สามารถพบได้บ่อย เช่น เขียดตะปาด เป็นต้น โดยมีประโยชน์อยู่หลากหลายอย่างเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำมารับประทานเป็นอาหาร ปรุงเมนูอาหารต่างๆ เช่นนำมาทำเมนู แกงอ่อม คั่วแค ห่อหมก หรือจะนำไปทอดก็ได้เช่นกัน

ไม่ใช่แค่เพียงการนำมาทำอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมดุลให้แก่แมลง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อความอุดมสมบูรณ์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้คนที่มีผู้นิยมเพาะเลี้ยงเพื่อประกอบอาชีพกันเป็นจำนวนมาก


การเลี้ยง เขียด ในปัจจุบัน

วิธีเลี้ยงเขียด เนื่องจากประชากรของ เขียด ที่ลดลง ในปัจจุบันจึงมีผู้เพาะเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก โดยมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์สำหรับการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติโดยในปัจจุบันสามารเพาะเลี้ยงเพื่อปล่อยได้มากถึง 100,000 ตัวต่อปี อีกรูปแบบหนึ่งก็คือการเพาะเลี้ยงเพื่อสำหรับการขาย ซึ่งในหลายๆ คนก็มักจะมีการเก็บเขียดตามทุ่งนา ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อขายสร้างรายได้เลี้ยงชีพ 

สำหรับการเพาะเลี้ยงเพื่ออนุรักษาและขยายพันธุ์นั้น จะมีการสสร้างพื้นที่และอาคารในการเลี้ยงให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด มีทั้งการจัดต้นไม้ ปลูกพืชชนิดต่างๆ ให้เหมือนบรรยากาศของแหล่งน้ำ โดยจะมีการคัดสรรตัวพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ลงไปพร้อมผสมพันธุ์วางไข่ เขียด ออกลูก หลังจากฟักราวๆ 5 – 7 วันแล้ว ก็จะกลายเป็นเป็นลูกอ๊อด ถูกนำไปเลี้ยงอนุบาลเพื่อที่จะปล่อยสู่ธรรมชาตินั่นเอง 

แหล่งอาหารสำหรับการเลี้ยง เขียด

เขียดกินอะไร เมื่อยามที่เป็นลูกอ๊อด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดนี้จะอาศัยอยู่ภายในน้ำและเมื่อเติบโตเต็มวัยจะขึ้นมาอยู่บนบก เขียดมีกระดูกสันหลังไหม พวกมันเป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังและเป็นสัตว์เลือดเย็น โดยจะกินเหล่าแมลงทุกชนิดทั้งที่มีปีกและไม่มีปีก รวมถึงกินพวกตัวหนอนต่างๆ ลักษณะการกินของพวกมันจะใช้ลิ้นทำการตวัดเหยื่อเข้าปาก 


อายุขัยของที่ยาวนานกว่าที่คิดสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้ก็คือ เขียด อายุขัย เท่าไหร่ ที่หลายคนอาจจะคิดว่าสัตว์ตัวเล็ก ครึ่งบกครึ่งน้ำเหล่านี้จะมีอายุที่สั้น อยู่ได้แค่เพียงไม่ถึงปี แต่จริงๆ แล้ว อายุขัยของสัตว์ชนิดนี้ขึ้นอยู่กับตามสภาพอากาศ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุตั้งแต่ 3 – 5 ปี ทั้งนี้ ด้วยความที่เขียดเป็นสัตว์ที่เหล่าผู้คนชื่นชอบการนำมาประกอบอาหาร ทำให้ส่วนใหญ่จะมีอายุไม่ถึงช่วงโตเต็มวัยหรืออายุ 5 ปี เพราะมักจะโดนคนจับกินหมดแล้วนั่นเอง แต่ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับอายุเต็มวัยของพวกมันแล้วก็ถือว่ามีอายุที่ยาวนานพอสมควร

วิถีและวงจรชีวิตของสัตว์ชนิดนี้เป็นอย่างไร

แล้ววิถีชีวิต วงจรชีวิตเขียด จะเป็นอย่างไร โดยวัฎจักรชีวิตของพวกมันเหมือนกับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิดอื่นๆ เช่น อึ่งอ่าง, คางคก รวมถึงกบ เป็นต้น โดยเมื่อยังเด็ก ในระยะตัวอ่อน ลูกอ๊อด จะมีลักษณะเหมือนกับปลาและอาศัยอยู่ภายในน้ำ ช่วงระยะแรกพวกมันจะไม่กินอาหารเนื่องจากได้รับสารอาหารที่สะสมจากไข่ โดยหลังจากโตเต็มวัยพวกมันก็จะขึ้นมาอยู่บนบนฝั่งเต็มตัวหรือบางครั้งก็อาศัยอยู่ในน้ำ โดยเมื่ออยู่ในน้ำจะหายใจด้วยการใช้เหงือกและเมื่ออยู่บนบกก็จะหายใจด้วยการใช้ปอด

เขียด ผู้ช่วยรักษาสมดุลแห่งธรรมชาติ 

ถึงแม้จะดูเป็นสัตว์ตัวเล็กที่โดนไล่ล่าจากมนุษย์และสัตว์ชนิดอื่นๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศน์ พวกมันรับบทบาทเป็นทั้งผู้ถูกล่าและผู้ล่า เป็นกลไกทางธรรมชาติที่สำคัญที่จะช่วยรักษาสมดุลที่ดีของระบบนิเวศน์ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมและความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ต่างๆ ทำให้กลายเป็นสัตว์ที่ถูกจัดอยู่ในหมวดสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ที่ทำให้องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการขยายพันธุ์อย่างมาก

และนี่ก็เป็นเรื่องราวของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์ตัวเล็กแห่งแหล่งน้ำที่สามารถหายใจได้ถึง 2 ทาง เป็นผู้ช่วยที่ดีในการรักษาสมดุลของธรรมชาติ มีความน่าสนใจและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีเสน่ห์

Categories
สัตว์เลื่อยคลาน

กบภูเขา กบยักษ์จากป่าเบญจพรรณสู่สัตว์เศรษฐกิจ

ใครว่ากบจะต้องเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กเสมอไป อย่างกบภูเขาที่พบมากทางตอนเหนือในบ้านเราก็มีลำตัวขนาดใหญ่จนหลายคนต้องประหลาดใจ เพราะกบชนิดนี้เมื่อโตเต็มวัยแล้วจะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 5 กิโลกรัม และมีความยาวของลำตัวได้มากถึง 30 เซนติเมตร เทียบกันแล้วก็เท่ากับแมวบ้านตัวหนึ่งนี่เอง แต่นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ค้นพบเท่านั้น ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะมีกบภูเขาตัวใหญ่ที่อายุมากและอาศัยอยู่ในป่าลึกเข้าไปอีก

จุดเด่นของกบยักษ์ที่อาศัยในป่าต้นน้ำ

นอกจากลำตัวที่ใหญ่กว่ากบสายพันธุ์อื่นๆ แล้ว กบภูเขาก็ยังมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างออกไปอีกด้วย พวกมันจะมีผิวหนังไม่เรียบลื่น เมื่อสัมผัสไปจะพบว่ามีตุ่มขนาดเล็กกระจายตัวทั่ว ผิวหนังเป็นสีน้ำตาลแดงซึ่งจะค่อยๆ เข้มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของมัน บนผิวหนังอาจมีลวดลายเป็นเส้นหรือเป็นจุดก็ได้ ริมฝีปากดำ และยังสามารถเปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวเองให้ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ได้ด้วย อาหารกบภูเขาก็คล้ายคลึงกับกบชนิดอื่น เพียงแค่สามารถล่าเหยื่อที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นได้ พวกมันชอบออกหากินเวลากลางคืน ชื่นชอบการอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและมีความชื้นสูง

การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน

ช่วงต้นปีประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมจะเป็นฤดูผสมพันธุ์ของกบภูเขา ความน่าสนใจอยู่ที่วิธีการเลือกคู่แล้วดูแลไข่ของพวกมัน เริ่มจากกบตัวผู้จะขุดหลุมให้มีพื้นที่กว้างขวางเพื่อเป็นแหล่งเก็บไข่ จากนั้นมันจะลงไปเฝ้ารอและร้องเรียกกบตัวเมีย หากมีตัวเมียพร้อมและสนใจก็จะลงไปในหลุมนั้นแล้วผสมพันธุ์กับกบตัวผู้ ต่อด้วยการวางไข่ในหลุมนั้นเลย เสร็จแล้วทั้งกบตัวผู้และตัวเมียจะปีนขึ้นจากหลุมเพื่อกลบดินปิดปากหลุมเอาไว้ พร้อมกับผลัดกันเฝ้าหลุมและหาอาหาร

เมื่อใกล้สูญพันธุ์จึงกลายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

เนื่องจากอุณหภูมิและความอุดมสมบูรณ์มีผลต่อการดำรงชีวิตของกบภูเขาอย่างมาก ปัจจุบันพวกมันจึงมีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ได้ในไม่ช้า เลยมีการกำหนดให้กลายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะเลี้ยงได้ เกษตรกรจำนวนหนึ่งก็นำพ่อแม่พันธุ์มาเพาะเลี้ยงจนได้กบภูเขาตัวใหญ่ นอกจากช่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าแล้วก็ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ไปในตัว ส่วนอาหารกบภูเขาที่ใช้เลี้ยงในฟาร์มก็ไม่ใช่ของที่หายากอะไร ทั้งยังมีผลิตเป็นแบบสำเร็จรูปให้ใช้กันแล้วด้วย

Categories
สัตว์ปีก

นกขุนทอง นกพูดได้ที่เคยเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของทุกบ้าน

หากย้อนกลับไปในยุคที่เราไม่ได้มีความหลากหลายของสัตว์เลี้ยงมากขนาดนี้ นกขุนทองเป็นนกชนิดเดียวที่พูดได้เจื้อยแจ้ว และสามารถฝึกให้พูดจนคล่องได้เลย บ้านไหนที่เลี้ยงไว้ก็จะนำกรงมาแขวนไว้หน้าบ้าน หรือไม่ก็ตั้งไว้ตามจุดนั่งเล่น เหงาๆ ก็เอามาเป็นเพื่อนคุยเล่นได้เหมือนกัน นกชนิดนี้เลี้ยงดูค่อนข้างง่าย อุปนิสัยก็จะแตกต่างกันไปตามวิธีเลี้ยงนกขุนทองของแต่ละคน 

รูปร่างคล้ายกันแต่ความจริงมีหลายสายพันธุ์

เดิมทีนกขุนทองเป็นนกป่ากลุ่มเดียวกับนกเอี้ยง ก่อนจะถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยงแล้วขยายพันธุ์กันต่อในรูปแบบของฟาร์ม จัดเป็นนกขนาดเล็กที่มีขนส่วนใหญ่เป็นสีดำ อาจเห็นขนสีขาวแซมบ้างเล็กน้อยบริเวณชายปีก นัยน์ตากลมโตวาววับ ส่วนหัวมีแผ่นหนังสีเหลืองสดติดอยู่ จะงอยปากและช่วงขาก็เป็นสีเหลืองเฉดเดียวกัน ทุกตัวมีภาพรวมเป็นแบบนี้หมดจนนึกว่าเป็นพันธุ์เดียวกัน แต่เท่าที่ค้นพบจะแบ่งได้ประมาณ 5 สายพันธุ์ ซึ่งต่างกันเล็กน้อยแค่ขนาดหัวและรูปจะงอยปากเท่านั้น

พฤติกรรมของนกชนิดนี้ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ

ตอนที่เรานำนกขุนทองมาเลี้ยงไว้ อาจจะรู้สึกว่ามันเป็นนกค่อนข้างเชื่องและอยู่ติดที่ แต่หากมีโอกาสได้ไปสัมผัสพวกมันในธรรมชาติ ก็จะรู้ว่าพวกมันชอบอยู่กันเป็นฝูงมากกว่าอยู่เพียงลำพัง ทำกิจกรรมอะไรก็จะไปกันเป็นฝูง จนกระทั่งถึงฤดูผสมพันธุ์จะแยกกันจับคู่ เมื่อได้คู่เรียบร้อยแล้วก็ออกจากฝูงเพื่อไปสร้างรังและเลี้ยงลูกนก ช่วงต้นปีประมาณ 4-5 เดือนเราจึงไม่ค่อยเห็นฝูงนกชนิดนี้เลย พวกมันจะเลี้ยงลูกจนโตพอสมควรก่อนถึงกลับมารวมฝูงอีกครั้ง

ขุนทองเลียนเสียงได้ดีแต่ก็ไม่ได้รู้ถึงความหมายนั้น

เคยมีการทดสอบแล้วว่านกขุนทองมีคุณสมบัติพิเศษในด้านการเลียนเสียง แต่มันไม่อาจเข้าใจได้ว่าสิ่งที่เราฝึกให้มันพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร เมื่อมันต้องติดอยู่ในพื้นที่จำกัดกิจกรรมที่ทำก็มีไม่มากนัก การฝึกพูดไปเรื่อยๆ จึงเป็นเสมือนการแก้เบื่ออย่างหนึ่ง ทีนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อนกพูดมากเกินไป และพูดประโยคที่ไม่ลื่นหูผู้ฟัง ส่งผลให้บางคนเลือกที่จะตัดลิ้นของมันออก ซึ่งนับว่าเป็นการทรมานสัตว์อย่างมาก จึงขอแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจว่า วิธีเลี้ยงนกขุนทองให้ได้ดังใจนั้น จงฝึกแต่สิ่งที่ดีให้เขา เขาก็จะจดจำและทำตามนั้น ให้นึกเสมือนการเลี้ยงเด็กที่ยังไม่รู้ประสีประสา ฝึกอะไรไปเขาก็รับไว้ทั้งหมด อย่าทิ้งความรับผิดชอบด้วยการมาตัดลิ้นกันทีหลังอีกเลย

Categories
สัตว์เลื่อยคลาน

รู้หรือไม่ ตุ๊กแกที่เราเอาแต่วิ่งหนีมันมีมูลค่าสูงแค่ไหน

สำหรับประเทศไทยที่เป็นเขตพื้นที่ร้อนชื้น การพบเห็นตุ๊กแกอยู่ตามบ้านเรือนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก เพียงแค่เราอาจจะมีโอกาสได้รู้จักแค่ไม่กี่สายพันธุ์ แถมรูปร่างหน้าตาของมันก็น่าเกลียดน่ากลัว เมื่อไรที่มาพร้อมกับเสียงร้องกึกก้องก็ทำให้เจ้าของบ้านวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงได้เหมือนกัน แต่รู้หรือไม่ว่าสัตว์ชนิดนี้มีมูลค่าสูงมากทั้งตอนที่มันมีชีวิตและตอนที่ตายไปแล้ว

ความจริงแล้วพวกมันเป็นสัตว์ฉลาดและปรับตัวได้ง่าย

ตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูงมาก พวกมันเป็นผู้หลบหลีกที่ดีและเป็นนักล่าที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน หากมันย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ภายใต้ชายคาเรือนของเรา ไม่นานมันจะรู้จักทุกซอกทุกมุมดีกว่าเราที่เป็นเจ้าของบ้านเสียอีก การไล่ดักจับพวกมันจึงเป็นเรื่องยากพอสมควร ถึงแม้ว่าเราจะเจอมันอยู่ตัวเดียวเสมอ แต่ในมุมที่มองไม่เห็นนั้นพวกมันชอบอาศัยอยู่รวมกันมากกว่า นอกจากนี้ เมื่อไรที่มีความเครียดเกิดขึ้นหรือมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ผิวหนังด้านนอกสามารถเปลี่ยนระดับเฉดสีให้เข้มขึ้นหรืออ่อนลงได้ แต่จะไม่สามารถทำอะไรกับลวดลายบนตัวได้เลย 

เมื่อมีคนเล็งเห็นความน่ารักจึงได้เลื่อนขั้นมาเป็นสัตว์เลี้ยง

หลังจากที่มีคนให้ความสนใจโลกของตุ๊กแกมากขึ้น นอกจากจะพบว่าพวกมันมีหลายสายพันธุ์ หลากหลายสีสัน แล้วยังมีนิสัยขี้อ้อนอย่างมากอีกด้วย ขอให้ลืมภาพโดนกัดไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินเสียงฟ้าผ่าไปได้เลย เพราะปัจจุบันมีการนำสัตว์ชนิดนี้มาเลี้ยงดูอย่างจริงจัง ยิ่งพันธุ์ที่มีสีขาวนวลตาโตยิ่งมีค่าตัวสูงลิบ ว่ากันว่าข้อดีคือพวกมันกินน้อย ไม่ซุกซน ไม่รบกวนผู้อื่น และติดเจ้าของค่อนข้างมาก อยากพาไปไหนก็ทำได้ค่อนข้างสะดวก อยากฝึกให้เรียนรู้สิ่งใดก็ทำได้เช่นเดียวกัน

ตุ๊กแกที่ตายแล้วก็สามารถนำไปปรุงเป็นตัวยาที่มีมูลค่าสูงได้

เรื่องนี้คนต่างจังหวัดเขารู้กันดี สำหรับตุ๊กแกสายพันธุ์พื้นบ้านที่ไม่ได้มีหน้าตาน่าเอ็นดูมากนัก เลี้ยงไว้ก็มีแต่จะสร้างความสกปรกจากการขับถ่าย หลายบ้านจึงนิยมจับมันไปขายเพื่อทำเป็นตัวยาบำรุงกำลัง ชาวจีนเชื่อว่าสัตว์ชนิดนี้มีฤทธิ์ในการเสริมพละกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ บำรุงเลือด ลดเบาหวาน ทั้งยังแก้หอบหืดได้ด้วย บางที่จะใช้เนื้อของมันมาทำอาหารประเภทต้มหรือย่าง บางที่ก็จะชื่นชอบการดองกับเหล้ามากกว่า ค่าตัวของมันจึงสูงตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันทีเดียว พ่อค้าคนกลางที่นำสัตว์ตัวเป็นๆ ไปจัดการแปรรูปเป็นของแห้งแล้วค่อยจำหน่าย ก็ยิ่งได้ราคาสูงขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

Categories
สัตว์น้ำ

เมื่อปลาดาวไม่ใช่ปลาและไม่ได้มีแค่ 5 แฉก

เมื่อปลาดาวไม่ใช่ปลาและไม่ได้มีแค่ 5 แฉก

ปลาดาวเป็นสัตว์น้ำอีกชนิดหนึ่งที่เรามักจะพบเห็นในการ์ตูนค่อนข้างบ่อย เพราะรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งดูคล้ายกับสัญลักษณ์ของดวงดาว ทำให้มันกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่เด็กๆ ชื่นชอบกัน รูปร่างของสัตว์ชนิดนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ค่อนข้างหลากหลาย เช่น การผลิตเป็นเครื่องประดับ การทำเป็นลวดลายบนข้าวของเครื่องใช้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ของปลาดาวในแง่ของสารสกัดสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวด้วย แต่ความน่าสนใจไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เราจึงจะพาไปรู้จักกับสัตว์น้ำสุดน่ารักให้มากขึ้นอีกนิด

ถึงชื่อเรียกเป็นปลาแต่สัตว์ชนิดนี้ไม่ใช่ปลา

อันที่จริงด้วยรูปร่างหน้าตาก็ชวนให้คิดอยู่เหมือนกันว่าปลาดาวเป็นปลาจริงๆ หรือไม่ เนื่องจากไม่มีส่วนประกอบของร่างกายที่คล้ายคลึงกับปลาทั่วไปเลย พวกมันมีลำตัวเป็นแฉกที่ยืดหดได้และใช้ส่วนนี้ช่วยในการเคลื่อนไหว หากเกิดเหตุไม่คาดคิดจนแขนเหล่านี้ขาดไปก็สามารถงอกมาใหม่ได้ พวกมันจึงไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลา แต่เป็นพวกเดียวกับปลิงและเม่นทะเลแทน ส่วนการเรียกชื่อนำหน้าว่าปลานั้นก็คงเป็นเหตุผลเดียวกับที่เราเรียกปลาหมึกนั่นเอง

ดาวทะเลไม่ได้มีแขน 5 แฉกเสมอไป

ปลาดาวหรือดาวทะเลเป็นสัตว์น้ำที่มีหลากหลายสายพันธุ์ แม้ว่าประเภทที่พบเห็นได้บ่อยจะมีแขนทั้งหมด 5 แฉก แต่ถ้าคิดเปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของดาวทะเลทั้งหมดแล้ว จะมีจำนวนแขนเฉลี่ยอยู่ที่ 5-8 แขน และสามารถมีได้มากสุดเท่าที่ค้นพบในปัจจุบันคือ 50 แขน เมื่อมองผิวเผินตอนที่มันอยู่นิ่งกับที่จึงทำให้ดูคล้ายกับดอกไม้ทะเลมากกว่า นอกจากความสวยงามแปลกตาแล้ว ลักษณะรูปร่างที่แตกต่างกันนี้ก็ทำให้ประโยชน์ของปลาดาวที่มีต่อท้องทะเลแตกต่างกันไปด้วย

ไม่ใช่แค่ยืดหดหรืองอกใหม่ พวกมันแบ่งตัวได้ด้วย

ความมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งของปลาดาวก็คือ แขนของพวกมันจะเก็บอวัยวะสำคัญเอาไว้ทั้งหมด บริเวณปลายสุดของแขนแต่ละแฉกจะมีดวงตาสำหรับมองเห็นอยู่ และมีส่วนประกอบที่เพียงพอต่อการเติบโตต่อไปด้วย ทุกครั้งที่มีเหตุให้แขนอันใดอันหนึ่งถูกสลัดออกไปจากตัว เช่น ป้องกันตัวเองจากศัตรู เป็นต้น แขนนั้นก็สามารถแตกเป็นตัวใหม่ได้เลย แขนที่หลุดมาจะเริ่มงอกแฉกอื่นๆ เพิ่มเติมจนเหมือนกับตัวต้นแบบแล้วดำรงชีวิตต่อไป เว้นเสียแต่ว่าการสลัดแขนของพวกมันเกิดจากการเอาตัวรอดในภาวะโลกร้อน เพราะมันจะค่อยๆ สะสมความร้อนเอาไว้ที่แขนข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อไม่ให้ตัวมันร้อนเกินไปจนเป็นอันตราย เมื่อถึงจุดที่แขนนั้นร้อนมากๆ จนเหี่ยวเฉาก็จะสลัดทิ้งไป แขนในลักษณะนี้จะไม่สามารถแตกตัวใหม่ได้อีก 

Categories
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

คางคก สัตว์มีพิษมากประโยชน์ที่ค่าตัวค่อนข้างสูง

ถ้าให้นึกถึงสัตว์ในตระกูลกบที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง คางคกจะเป็นอีกหนึ่งชื่อที่หลายคนคิดขึ้นมาได้ เพราะพวกมันมีลักษณะภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์มาก และยังเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่สร้างความหวาดกลัวให้กับสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้พอสมควร พวกมันจึงมีเปอร์เซ็นต์รอดชีวิตจากสัตว์นักล่าสูง แต่ก็มีบางสายพันธุ์ก็พ่ายแพ้ให้กับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโต จนกระทั่งกลายเป็นสัตว์ที่หาตามแหล่งธรรมชาติไม่ได้อีก

ภาพลักษณ์ภายนอกที่มองเห็นเมื่อไรก็รู้ได้ทันที

ลักษณะของคางคกจะมีรูปร่างคล้ายกบ ผิวหนังเป็นปุ่มปมหลากหลายขนาด มองไปก็จะเห็นความหยาบของผิวชั้นนอกได้อย่างชัดเจน บริเวณไหนที่เป็นพื้นที่กว้างก็จะมีปุ่มขนาดใหญ่ เช่น กลางหลัง เป็นต้น หน้าที่ของปุ่มนี้คือปล่อยสารพิษที่มีลักษณะเป็นน้ำยางเหนียวออกมา เป็นอาวุธสำหรับป้องกันตัวที่สามารถจัดการสัตว์ใหญ่ให้มึนเมาหรือเสียชีวิตได้ ช่วงขาของคางคกจะสั้นกว่ากบจึงเคลื่อนไหวได้ช้า ทั้งยังชอบเก็บตัวอยู่ใต้ดินหรือตามพื้นที่ซ่อนตัวได้มากกว่า

ประโยชน์ทางยาที่ถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนไทย

ถึงคางคกจะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีพิษมาก อีกทั้งรูปร่างก็ไม่ค่อยน่ามองเท่าไรนัก แต่พวกมันมีประโยชน์ทางยาค่อนข้างสูง สามารถใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อรักษาโรคเรื้อนระยะต้น โรคมะเร็งบางชนิด และยังใช้เพื่อการฆ่าเชื้อโรคได้อีกด้วย โดยจะใช้กับแพทย์ทางเลือกในกลุ่มของแพทย์แผนไทยเป็นหลัก ด้วยการเลือกลักษณะของคางคกที่ผ่านการตากแห้งมาแล้ว และยังไม่มีอวัยวะส่วนไหนเน่าเสียไป ย่างบนไฟทั้งตัวจนได้ที่ก่อนนำมาบดเพื่อผสมกับตัวยาอื่นๆ แล้วแต่จุดประสงค์ว่าจะใช้รักษาโรคอะไร

มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คางคกอาจจะไม่ใช่วัตถุดิบที่ได้รับความนิยมในบ้านเรามากนัก แต่มันเป็นสินค้าส่งออกที่มีตลาดรองรับกว้างมากทีเดียว โดยเฉพาะประเทศโซนเอเชียที่ยังชื่นชอบการรักษาโรคด้วยสมุนไพรอยู่ เช่น ประเทศจีน เป็นต้น ปัจจุบันจึงมีการเพาะเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้กันเป็นอาชีพ เลี้ยงง่าย ใช้ต้นทุนเริ่มต้นไม่มาก และแต่ละรอบการจับเพื่อจำหน่ายนั้นสร้างรายได้ค่อนข้างดี ยิ่งถ้าผู้เลี้ยงมีกระบวนการแปรรูปที่ทำให้ผู้รับซื้อสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย มูลค่าซื้อขายก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม คนที่สนใจการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงนั้นจะต้องมีความเข้าใจ และรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้เป็นอย่างลึกซึ้ง ไม่อย่างนั้นประสิทธิภาพการเพิ่มจำนวนผลผลิตก็จะไม่คุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งยังเสี่ยงส่งสินค้าที่เป็นอันตรายให้กับผู้รับซื้อด้วย

Categories
สัตว์เลื่อยคลาน

เต่าแสงอาทิตย์หรือเต่าตนุ มังสวิรัติผู้อ่อนโยนจากท้องทะเล

เต่าแสงอาทิตย์หรือเต่าตนุ มังสวิรัติผู้อ่อนโยนจากท้องทะเล

ในบรรดาเต่าทะเลทั้งหมด เต่าแสงอาทิตย์หรือเต่าตนุคือสายพันธุ์ที่พบเจอได้ง่ายที่สุด พวกมันเป็นสัตว์น้ำที่มีลักษณะของช่วงขาแตกต่างไปจากเต่าที่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ การเคลื่อนที่บนบกจึงค่อนข้างยากลำบาก การเดินทางขึ้นฝั่งของเต่าชนิดนี้จึงเกิดขึ้นเฉพาะตอนเต่าตนุวางไข่เท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือก็อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลอย่างสงบเงียบ หากจะมองหาสัตว์ทะเลสักชนิดหนึ่งที่มีนิสัยเรียบร้อยและท่าทางใจดีก็เห็นจะมีแต่เต่าลายจุดสายพันธุ์นี้นี่เอง

ถึงจะกินได้ทั้งพืชและสัตว์แต่เลือกเป็นมังสวิรัติมากกว่า

หลายคนเข้าใจว่าสัตว์ตระกูลเต่าจะต้องกินแต่พืชเท่านั้น อาจเป็นเพราะติดภาพจำมาจากเต่าบกที่เราคุ้นตากัน แต่เต่าตนุนั้นมีโครงสร้างร่างกายที่ทำให้เลือกกินได้ทั้งพืชและสัตว์​ เพียงแค่พวกมันมีความชื่นชอบส่วนตัวในการกินพืชผักมากกว่า มีบ้างบางครั้งเมื่อต้องการธาตุอาหาร หรือบริเวณที่อยู่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนหาพืชได้ยาก พวกมันก็จะหากินสัตว์ขนาดเล็กเช่น ปลาตัวเล็ก แมงกะพรุน เป็นต้น และด้วยความไร้เดียงสาของพวกมัน ก็ทำให้เผลอกินถุงพลาสติกด้วยหลงคิดว่าเป็นแมงกะพรุนอยู่บ่อยครั้ง

ลูกเต่าจะแบ่งเพศตามระดับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป

การแบ่งเพศของสิ่งมีชีวิตตามที่เราเข้าใจกัน ส่วนใหญ่จะเกิดจากกระบวนการเชิงชีววิทยาในร่างกาย โดยไม่เกี่ยวกับปัจจัยภายนอกใดๆ เลย แต่นั่นไม่ใช่ธรรมชาติของเต่าตนุ พวกมันมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการฟักไข่อยู่ที่ประมาณ 28-29 องศาเซลเซียส หากการฟักไข่เกิดขึ้นในช่วงที่อุณหภูมิสูงกว่านี้ ลูกเต่าที่ได้จะเป็นเพศเมีย แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่าจะกลายเป็นเพศผู้แทน คุณสมบัติตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาสมดุลของการขยายพันธุ์ได้อย่างยอดเยี่ยม

กว่าจะเป็นเต่าที่โตเต็มวัยต้องก้าวข้ามอันตรายหลายอย่าง

แม้ว่าแต่ละครั้งเต่าตนุวางไข่ด้วยปริมาณค่อนข้างมาก แต่ก็ใช่ว่าทั้งหมดนั้นจะสามารถรอดชีวิตจนเติบใหญ่เป็นเต่าที่แหวกว่ายในท้องทะเลได้ อันดับแรกคือพวกมันต้องแข็งแรงและทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีจนกว่าจะถึงเวลาฟักไข่ หลังกะเทาะเปลือกออกมาแล้วก็ยังต้องเจอกับศัตรูบนชายหาดที่เก่งกาจมากกว่า เช่น ปู นก สัตว์เลื้อยคลาย เป็นต้น แล้วระยะทางจากจุดวางไข่ไปถึงทะเลก็ถือว่าค่อนข้างไกลกับลูกเต่าตัวเล็กๆ มีโอกาสสูงมากที่พวกมันจะโดนกินไปเสียก่อน เต่าที่จะรอดได้จึงต้องวิ่งให้เร็วและว่ายน้ำให้ไว จะวางใจได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อลงไปในทะเลถึงระดับความลึกหนึ่งเท่านั้น